เข้าสู่ช่วงกลางสัปดาห์เป็นคิวของฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ของอีก 2 คู่
วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565
ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก
เชลซี-ลีลล์ – เชลซี จากอังกฤษ เปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ ลีลล์ จากฝรั่งเศส โดย เชลซี ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาในฐานะอันดับ 2 กลุ่มเอช ด้วยการมี 13 คะแนนจาก 6 นัดด้าน ลีลล์ เข้ารอบมาในฐานะอันดับ 1 กลุ่มจี ด้วยการมี 11 คะแนนจาก 6 นัด
ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีมทุกรายการ เริ่มจาก เชลซี ชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 2-0 (พรีเมียร์ลีก, เหย้า), ชนะ พลีมัธ 2-1 (เอฟเอ คัพ, เหย้า), ชนะ อัล ฮิลาล 1-0 (สโมสรโลก, สนามกลาง), ชนะ พัลเมยรัส 2-1 (สโมสรโลก,) และชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 (พรีเมียร์ลีก, เยือน)
ขณะที่ ลีลล์ ชนะ ลอริยองต์ 3-1 (ลีกเอิง, เหย้า), แพ้ แบรสต์ 0-2 (ลีกเอิง, เยือน), แพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1-5 (ลีกเอิง, เหย้า), ชนะ มงต์เปลลิเยร์ 1-0 (ลีกเอิง, เยือน) และเสมอ เม็ตซ์ 0-0 (ลีกเอิง, เหย้า)
ส่วนทั้ง 2 ทีมเคยเจอกันมาแล้วในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2019 และเป็น เชลซี ชนะไปทั้ง 2 เกม
เชลซี จะยังไม่มี เบน ชิลเวลล์, รีซ เจมส์ และเมสัน เมาต์ ที่ บาดเจ็บ ทว่าส่วนแข้งหลักรายอื่นๆ ทั้ง เอ็นโกโล กองเต, คริสเตียน พูลิซิช และไค ฮาเวิร์ตซ์ พร้อมลงสนาม
ด้าน ลีลล์ พร้อมส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำทัพโดย โชเซ ฟอนเต, อังเคล โกเมส และโจนาธาน เดวิส
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของทั้ง 2 ทีม เชลซี (3-4-3) : เอดูอาร์ เมนดี – อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก ซิลวา,อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยตา, เอ็นโกโล ก็องเต, มาเตโอ โควาซิช, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย – คริสเตียน พูลิซิช, ไค ฮาเวิร์ตซ์, ฮาคิม ซิเยก
ลีลล์ (4-4-2) : ลีโอ จาร์ดิม – เซกี เซลิก, โชเซ ฟอนเต, สเวน บ็อตแมน, ติอาโก ดาโล – อังเคล โกเมส, เบนฌาแม็ง อ็องเดร, เซกา, โฌนาต็อง บัมบา -โจนาธาน เดวิส, บูรัก ยิลมาซ
หากเทียบผลงานในช่วงหลัง เชลซี ดูข่มกว่า แถมการได้เล่นในบ้านยิ่งทำให้ได้เปรียบ เชื่อว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” จะเอาชนะไปไม่ยาก
บียาร์เรอัล-ยูเวนตุส – บียาร์เรอัล จากสเปน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ยูเวนตุส จากอิตาลี โดย บียาร์เรอัล ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 2 กลุ่มอี ด้าน ยูเวนตุส เข้ารอบมาในฐานะอันดับ 1 กลุ่มเอช
ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม เริ่มจาก บียาร์เรอัล แพ้ เอลเช 0-1 (ลา ลีกา, เยือน), ชนะ มายอร์กา 3-0 (ลา ลีกา, เหย้า), ชนะ เรอัล เบติส 2-0 (ลา ลีกา, เยือน), เสมอ เรอัล มาดริด 0-0 (ลา ลีกา, เหย้า) และชนะ 4-1 กรานาดา (ลา ลีกา, เยือน)
ขณะที่ ยูเวนตุส เสมอ เอซี มิลาน 0-0 (กัลโช เซเรีย อา, เยือน), ชนะ เวโรนา 2-0 (กัลโช เซเรีย อา, เยือน), ชนะ ซัสซูโอโล, เสมออตาลันตา 1-1 (กัลโช เซเรีย อา, เยือน) และเสมอ โตริโน 1-1 (กัลโช เซเรีย อา, เหย้า)
ความพร้อมล่าสุดของทั้ง 2 ทีม บียาร์เรอัล จะขาด เคราร์ด โมเรโน, เอเตียนน์ กาปู และฟรานซิส ก็อกเกอแล็ง ที่มีอาการบาดเจ็บ ส่วนนักเตะหลักคนอื่นๆ ทั้ง เปา ตอร์เรส, ดาเนียล ปาเรโฆ และอาเนาท์ ดานยูมา พร้อมช่วยทีม
ด้าน ยูเวนตุส ไม่มี จอร์โจ คิเอลลินี และเฟเดริโก เคียซา ไม่พร้อมลงสนามเนื่องจากมีอาการเดี้ยง แต่คีย์แมนอย่าง อัลบาโร โมราตา, ดูซาน วลาโฮวิช และเปาโล ดีบาลา ลงสนามได้
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของทั้ง 2 ทีม บียาร์เรอัล (4-4-2) เคเรนีโม รูยี – ฮวน ฟอยต์, ราอูล อัล บิโอล, เปา ตอร์เรส, อัลฟองโซ เปดราซา – ซามูแอล ชุกเวเซ, ดาเนียล ปาเรโฆ, บิเซนเต อิบอร์รา, อัลเบร์โต โมเรโน – อาเนาท์ ดานยูมา, โจวานนี โล เซลโซ
ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียก เชสนี – ดานิโล, มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์, เลโอนาร์โด โบนุชชี, มัตเตีย เด ชิโญ – เดนิส ซากาเรีย, มานูเอล โลคาเตลลี, อาเดรียง ราบิโอต์ – เปาโล ดีบาลา, อัลบาโร โมราตา, ดูซาน วลาโฮวิช
บียาร์เรอัล ทำผลงานได้แข็งแกร่งในบ้านโดยเฉพาะช่วงหลังที่ไม่แพ้ใครมา 6 เกมติดต่อกัน ขณะที่ ยูเวนตุส ก็ไร้พ่ายมา 7 นัดหลังสุดทุกรายการ ทว่าทีมเยือนดูมีความพร้อมกว่าทั้งเรื่องผู้เล่น รวมถึงประสบการณ์ในรายการนี้ทำให้เชื่อบุกมาเฉือนชัยไปหวุดหวิด