อ่านนวนิยายอ่านชาติพันธุ์วรรณา
บุ๊กสโตร์
ด้วยพันธกิจนำเสนอหนังสือคุณภาพสู่ผู้อ่าน “สำนักพิมพ์มติชน” www.matichonbook.com มากับคู่เอี่ยมอ่องล่าสุด สายนวนิยายและสายมานุษยวิทยา

…“คนจรดาบ” นวนิยายเล่มใหม่ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังที่ฝีมือการเขียนฉมังไม่แพ้กัน และครั้งล่าสุดนี้สร้างสรรค์ผลงานสู่แฟนๆ ในลีลาการเขียนแบบพงศาวดารตลอดเล่ม ใช้ภาษาและการจัดรูปแบบความเรียงตามแบบฉบับโบราณ แต่ออกลวดลายเพลงดาบในแบบฉบับนิยายกำลังภายใน หลังจากฝากงานแนวสยองขวัญและแนวสืบสวนสอบสวนมาอย่างต่อเนื่อง
เล่าเรื่องราวคราวกรุงศรีอยุธยาใกล้ถึงกาลอวสาน จุดเริ่มต้นจากการลอบสังหารเจ้าพระยาอรรคมหาเสนาบดี นำสู่กลียุค บ้านเมืองระส่ำระสาย จากที่หนักหนาอยู่แล้วด้วยภัยสงครามกระหน่ำ เหล่าขุนนางผู้ใหญ่ตั้งหน้ากอบโกยผลประโยชน์ ทอดทิ้งราษฎรให้หาทางเอาตัวรอดกันเอง หนำซ้ำ ขณะที่ 7 ขุนเวียงนาครบาลออกตามล่าผู้ร้าย การตามสืบกลับผิดแผน 7 ขุนเวียงฯ ถูกลวงฆ่า และความลับถูกพราง
กลายเป็น 2 คดีเลือด การลอบสังหารสมุหพระกลาโหม และการสังหารหมู่ 7 ขุนเวียงนาครบาล ที่สั่นสะเทือนความเป็นอยู่ของกรุงศรีฯ
1 คนจรดาบ นักเลงนิรนาม กับ 1 พราหมณ์หนุ่มผู้เยี่ยมยุทธ์ในเชิงดาบ จึงได้รับภารกิจลับจากหลวงชลาชลพิไสย ขุนนางอยุธยาคนสุดท้ายที่ล่วงรู้ถึงภัยร้าย มุ่งหน้าสู่กรุงศรีอยุธยาที่เสื่อมอำนาจ เพื่อเปิดโปงแผนร้าย และค้นหาความจริงที่ร้ายยิ่งกว่า

…“Siamese Melting Pot ก่อร่างเป็นบางกอก” ชวนร่วมสืบเสาะประวัติศาสตร์เมืองบางกอก ที่ซึ่งหลาก “ชาติพันธุ์” หลอมเป็น “ชาติไทย” ย้ำยืนยัน บางกอกในวันนั้นคงไม่อาจเป็นกรุงเทพฯ ในวันนี้ได้ หากปราศจากพลังประกอบสร้างจากพหุชาติพันธุ์อันแตกต่าง
หนังสือมานุษยวิทยาอ่านง่ายที่จะพาไปพบกับเสน่ห์อันล้ำค่าของบางกอก ที่ไม่ได้อยู่ตรงเอกลักษณ์แบบไทยๆ แต่คือดินแดนที่รวบรวมไว้ซึ่งความหลากหลายทาง เชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม คือดินแดนที่พบกับความแปลกใหม่ได้ในทุกฉากทัศน์ อันเป็นส่วนผสานจาก อัตลักษณ์ข้ามหลากวัฒนธรรม นำค้นหาความเป็นมา ความสัมพันธ์ และความสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์วรรณาต่างๆ ที่ผสานกลืนอยู่ในสังคมไทย ทั้งนี้ ก็ไม่แน่ว่าประวัติศาสตร์ น่าสนเท่ห์อาจซุกซ่อนอยู่ในย่านน่ามองใกล้บ้านของคุณ
ผลงานทรงคุณค่าจากนักวิชาการมานุษยวิทยา “เอ็ดวาร์ด แวน รอย” (Edward Van Roy) ชาวอเมริกันผู้ใช้เวลากว่าครึ่งศตวรรษสังเกตการณ์ประเทศ อันเต็มไปด้วยความน่าสนใจและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตกผลึกออกมาเป็นหนังสือที่บอกเล่าความต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยธนบุรี รัตนโกสินทร์ สืบมากระทั่งกลายเป็นกรุงเทพมหานครทำให้เห็นถึงความสำคัญของหลากหลายชาติพันธุ์ที่หล่อหลอมให้เกิดชาติไทย
“สิ่งที่ผมคิดแต่แรกว่าไม่ได้มีความพิเศษใดนอกเสียจากเป็นย่านกลางเมืองเรียบง่าย แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยความหลากหลายอันโดดเด่นที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ลี้ลับ”

…และอีกเล่มสำคัญเกี่ยวกับชาติพันธุ์วรรณา “โรฮิงญา : รัฐ ชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์ และความขัดแย้ง” ผลงานของ ผศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช ที่ได้ชื่อว่าเป็นกลางและครอบคลุมเรื่องของชาว โรฮิงญามากที่สุด ตั้งแต่ที่มาที่ไป ชาว โรฮิงญาเป็นใคร มาจากไหน จนถึงประวัติศาสตร์ความขัดแย้งกับชาวพม่าแท้ที่นำไปสู่เหตุการณ์นองเลือด และท้ายที่สุดนำมาซึ่งความไร้ชาติ ไร้รัฐ และไร้แผ่นดินของชาวโรฮิงญา
ชาวโรฮิงญาเป็นชาติพันธุ์กลุ่มน้อยที่ถูกทอดทิ้งจากทุกภาคส่วน พวกเขาต้องหนีภัยประหารจากพม่า ประเทศกำเนิดของตนเอง ไม่ถูกยอมรับว่าเป็นพลเมือง ไม่มีสัญชาติ ไม่มีที่อยู่และไม่มีที่ไป ทำให้กลายเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีตัวตน และถูกหยิบฉวยประโยชน์จากสิ่งนี้ พวกเขาส่วนหนึ่งต้องกลายเป็นแรงงานทาสบนเรือประมง ถูกทำร้ายร่างกาย กักขัง ถูกฆ่าลอยทะเล และถูกล่วงละเมิดทางเพศ การอพยพของกลุ่มโรฮิงญาจึงเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ที่โหดร้าย
เมื่อย้อนไปในช่วงที่เหตุการณ์ร้ายแรงนี้เกิดขึ้น ทำให้ผู้คนได้ตระหนักถึงสิทธิมนุษยชน ที่ถูกหลงลืมไปในชั่วขณะนั้น
ภาพข่าวความรุนแรงที่ถูกเล่าในโลก โซเชี่ยลซึ่งมาพร้อมคำถาม “ชาวโรฮิงญา เป็นใคร มาจากไหน และอย่างไร?” ในรอบหลายปีที่ผ่านมา (และยังคงมีอยู่ถึงทุกวันนี้ กับที่ต้องยอมรับ มีคนของเราลงมือทารุณกรรมพวกเขาในบ้านเราด้วย) เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นจากสิ่งที่ชาวโรฮิงญาพบเจอ ยังมีเรื่องราวมากมายเบื้องหลัง “ตัวตนของชาวโรฮิงญา” ที่ถูกลบเลือน
…อ่านให้รู้จัก เพื่อความเข้าใจกัน
ผู้สื่อข่าวหรรษา