เลขาธิการสันนิบาตมุสลิมโลกเข้าเฝ้า-หารือ‘สมเด็จพระสังฆราช’ – วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้ นายมุฮัมมัด บิน อับดุลกะรีม อัลอีซา เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก เข้าเฝ้าในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศ ไทย ระหว่างวันที่ 13-21 กุมภาพันธ์ 2565 ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ
โอกาสนี้ สมเด็จพระสังฆราชมีพระดำรัส สรุปความว่า การพบปะกันครั้งนี้ขอให้ถือว่าเป็นการพบกันของเพื่อน ซึ่งล้วนควรมีความปรารถนาดีต่อกัน อันจะยังให้เกิดสันติสุขในหมู่มวลมนุษยชาติ

พร้อมทั้งเล่าว่า ภายในบริเวณวัดราชบพิธเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนวัดราชบพิธ ซึ่งมีนักเรียนผู้นับถือศาสนาต่างๆ ทุกศาสนามาใช้เล่าเรียนและพำนัก ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม หรือศาสนาคริสต์ ต่างได้มาศึกษาร่วมกัน เรียนรู้วิถีชีวิตของกัน และกัน แม้ในอดีตชุมชนใกล้เคียงกันกับ วัดราชบพิธก็มีชาวมุสลิมอาศัยร่วมอยู่ด้วย การอยู่ร่วมกันของศาสนิกชนต่างศาสนาในสังคมไทยจึงดำเนินไปโดยสงบสุขเป็นปกติ
ทรงเล่าต่อว่า คนไทยคุ้นเคยกับวัฒนธรรมประเพณีของศาสนาอิสลามมานานแล้วอย่างน้อยตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งมีชาวมุสลิมจากตะวันออกกลางเข้ามาค้าขายหรือรับราชการในเมืองไทย มีผู้สืบเชื้อสายมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นสกุลใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ในส่วนพระองค์เคยเสด็จไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีประชากรคนไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามอยู่เป็นจำนวนมาก ทรงสังเกตว่าทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิม ต่างใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสันติตามหลักศาสนา ยามที่ชาวมุสลิมมีการงานประเพณีใด ชาวพุทธก็นำสิ่งของไปช่วยงาน ในขณะที่ถ้าชาวพุทธมีการงานประเพณีใด ชาวมุสลิมก็นำสิ่งของมาช่วยงานเช่นเดียวกัน ทรงสามารถยืนยันได้เพราะได้เคยทอดพระเนตรเห็นประจักษ์มาด้วยพระองค์เอง
ทั้งนี้ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ มีพระราชปณิธานที่จะพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์บำรุงทุกศาสนา พระบรมราโชบายเช่นนี้จึงทำให้เมืองไทยร่มเย็นด้วยสามัคคีธรรมเสมอมา

ด้านเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก กราบทูลว่า ตนได้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในงานเมาลิดกลางอยู่เสมอ แสดง ถึงน้ำพระราชหฤทัยอันประเสริฐต่อทุก ศาสนิกชน เป็นที่ชื่นชมของมุสลิมทั่วโลก ครั้นได้มาเฝ้าและรับฟังพระดำรัสอันเปี่ยมด้วยปรัชญาแห่งความดีจากสมเด็จพระสังฆราช ยิ่งทำให้รู้สึกปีติ และจะขอนำเรื่องราวที่ได้พบเห็นเหล่านี้ไปแจ้งแก่ทุกภาคส่วนให้ได้ทราบ เพื่อผดุงสันติภาพและสร้างสรรค์ความเข้าใจซึ่งกันและกันต่อไป
ครั้นสมควรแก่เวลา สมเด็จพระสังฆราชโปรดประทานเหรียญพระรูปและหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ภาคภาษาอังกฤษ เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก ถวายของที่ระลึกเป็นกาน้ำทองเหลือง พร้อมกราบทูลว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเยือกเย็นเช่นสายน้ำ สมกับ พระจริยวัตรอัธยาศัยอันเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งตนสามารถสัมผัสได้โดยซาบซึ้งยิ่งในวันนี้
จากนั้น สมเด็จพระสังฆราชประทานของที่ระลึกแก่คณะผู้ติดตามเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก พร้อมทั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ล่ามภาษาอาหรับ, อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ และผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่มาร่วมเฝ้าด้วย