สเตรตส์ไทมส์รายงานวันที่ 28 ก.พ. ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ภัยพิบัติที่ยังวิกฤต ในออสเตรเลีย หลังจากพายุฝนพัดถล่มพื้นที่ภาคตะวันออกต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 8 ราย ว่า ทางการท้องถิ่นเมืองลิสมอร์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศให้ประชาชนกว่า 43,000 คนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอพยพออกจากบ้านไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวในทันที ภายหลังปริมาณน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่าระดับ 14 เมตรจนผนังเขื่อนกั้นแม่น้ำปริแตก และส่งผลให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วม เมืองเป็นบริเวณกว้าง

รายงานระบุว่าเหตุน้ำท่วมฉับพลันทำให้ประชาชนจำนวนมากแห่แจ้งขอความช่วยเหลือจากระบบบริการเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ แต่หลายคนไม่สามารถติดต่อได้และหันไปพึ่งช่องทางบนเครือข่ายสังคมออนไลน์แทน รวมถึงนายสตีฟ ครีก นายกเทศมนตรีเมืองลิสมอร์ ที่โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “หากใครมีเรือและสามารถเดินทางมายังถนนเอ็นจิน สตรีตได้ ที่นี่มีหญิงตั้งครรภ์นั่งรออยู่บนหลังคาบ้าน ได้โปรดช่วยด้วย”

มวลน้ำ – เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือชาวเมืองลิสมอร์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย หลังฝนตกหนักต่อเนื่องจนระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผนังเขื่อนปริแตกและ มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมชุมชน และประชาชนกว่า 43,000 คนต้องอพยพ (รอยเตอร์)

ด้านนางดานิกา ฮาร์ดิแมน ชาวเมืองลิสมอร์ เปิดเผยกับเอเอฟพีว่าตื่นเช้ามาก็พบกับ น้ำโคลนที่ท่วมสูงถึงระเบียงชั้นสองของอพาร์ตเมนต์ ตนและคนรักเลยตัดสินใจปีนจากหน้าต่างขึ้นไปบนหลังคา ต่อมาพบชาย 2 คนพายเรือคายักจึงตะโกนขอความช่วยเหลือ ซึ่งชายทั้งสองคนรีบพายเรือออกไปตามหาเรือกู้ภัยจนพบ และสามารถช่วยเหลือนางฮาร์ดิแมนกับคนรักได้ในที่สุด

ขณะที่สถานการณ์ในรัฐควีนส์แลนด์ยังน่าเป็นห่วง เพราะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง และน้ำยังท่วมสูงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองบริสเบน ทางการรัฐควีนส์แลนด์จึงประกาศเตือนให้ประชาชนราว 1 ล้านคนหลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกเคหสถาน เนื่องจากน้ำไหลทะลักท่วมถนนหนทางหลายสาย และมีเหตุความสูญเสียเกิดขึ้นกับผู้คนบนถนน รวมถึงผู้ขับขี่รถยนต์ ที่ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดหายไป

วันเดียวกัน ทางการท้องถิ่นในมาเลเซียเร่งอพยพประชาชนเกือบ 12,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย หลังฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในหลายรัฐทางตอนเหนือของประเทศ รวมถึง รัฐกลันตัน และรัฐตรังกานู

นายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ ผู้นำมาเลเซีย ระบุว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อบรรเทาทุกข์และผู้ประสบภัยหลายคนได้รับการช่วยเหลือพาตัวไปยังที่พักพิงชั่วคราวแล้ว ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยามาเลเซียประกาศเตือนว่าสภาพอากาศในตอนเหนือจะเลวร้ายต่อเนื่อง คาดว่าจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของคาบสมุทรและบางส่วนของเกาะบอร์เนียว

ทั้งนี้ มาเลเซียเพิ่งประสบภัยพายุฝนถล่มและน้ำท่วมรุนแรงในรอบหลายทศวรรษช่วงกลางเดือนธ.ค.2564 ถึงต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา คร่าชีวิตชาวบ้าน 50 ราย มากกว่า 125,000 คนต้องอพยพหนีตาย และมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 47,400 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน