นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลฯ มีมาตรการบริหารจัดการน้ำในการบรรเทาปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างรัดกุม พร้อมเฝ้าระวังน้ำเค็มรุก เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนให้มากที่สุด โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ รวมถึงความเค็มที่อาจจะหนุนสูงในช่วงฤดูแล้ง โดยคุมค่าความเค็ม เพื่อไม่ให้ สูงเกิน 0.25 กรัม/ลิตร เพื่อการอุปโภคบริโภค และไม่ให้เกิน 2.0 กรัม/ลิตร เพื่อการเกษตร ใน 4 แม่น้ำสายหลัก

ทั้งนี้ กรมชลฯ ได้วางมาตรการควบคุมค่าความเค็ม ดังนี้ วางแผนการระบายน้ำ จากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระรามหก ให้สอดคล้องกับระดับการขึ้นลงของน้ำทะเล โดยกำชับสำนักชลประทานที่ 10,11 และ 12 บริหารจัดการประตูระบายน้ำและอาคารเชื่อมต่อที่ดูแลโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามแผนที่วางไว้

นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังร่วมกับการประปานครหลวง ในการใช้สถานีสูบน้ำแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมปฏิบัติการผลักดันลิ่มน้ำเค็ม (Water Hammer Operation) เพื่อรักษาระดับความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแลไม่ให้เกินมาตรฐาน ซึ่งได้ดำเนินการมาตลอดในช่วงระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา และหากเกิดกรณีวิกฤตความเค็มสูงเกินค่าจะผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองประมาณ 1,000 ล้านลบ.ม.เพื่อควบคุมความเค็มอีกทางหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน