ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก คืนนี้จะได้ 2 ทีมแรกที่ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ บาเยิร์น มิวนิก สถานการณ์ยังสูสีอยู่กับเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ขณะที่ลิเวอร์พูลกุมความได้เปรียบเหนือ อินเตอร์ มิลาน แต่ฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นคอลูกหนังต้องรอติดตามอย่าพลาดเป็นอันขาด
วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2565
ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง
บาเยิร์น มิวนิก – เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จากเยอรมนี เปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีน่า รับการมาเยือน ของ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก จากออสเตรีย เกมแรกเสมอกันมา 1-1
เส้นทางที่ผ่านมา บาเยิร์นเริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม ได้แชมป์กลุ่มอี ทำผลงานชนะ 6 นัดรวด กวาดไป 18 คะแนนเต็ม จากการชนะ บาร์เซโลนา 3-0 (เยือน), ชนะ ดินาโม เคียฟ 5-0 (เหย้า), ชนะ เบนฟิกา 4-0 (เยือน), ชนะ เบนฟิกา 5-2 (เหย้า), ชนะ ดินาโม เคียฟ 2-1 (เยือน), ชนะ บาร์เซโลนา 3-0 (เหย้า)
ด้าน ซัลซ์บวร์ก เริ่มจากรอบเพลย์ออฟ ชนะ บรอนด์บี สกอร์รวม 4-2 จากนั้นรอบแบ่งกลุ่ม ได้รองแชมป์กลุ่มจี ลงเตะ 6 นัด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2 เก็บไป 10 คะแนน จากการเสมอ เซบีญา 1-1 (เยือน), ชนะ ลีลล์ 2-1 (เหย้า), ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 3-1 (เหย้า), แพ้โวล์ฟสบวร์ก 1-2 (เยือน), แพ้ ลีลล์ 0-1 (เยือน), ชนะ เซบีญา 1-0 (เหย้า)
คู่นี้เคยเจอกันในถ้วยยุโรปรวมแล้ว 3 ครั้ง บาเยิร์น ชนะ 2 นัด เสมอกัน 1 นัด โดยก่อนหน้าฤดูกาลปัจจุบัน ทั้งคู่ฉะกันในรอบแบ่งกลุ่มรายการนี้เมื่อฤดูกาล 2020-21 ซัลซ์บวร์กแพ้คารัง 2-6 และ บาเยิร์น เปิดบ้านชนะ 3-1
แมตช์นี้คาดว่าเจ้าบ้านคงใช้แผน 4-2-3-1 สเวน อุลไรก์ : แบงฌาแมง ปาวาร์, นิคลาส ซูเล, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, ลูกัส แอร์กน็องเดซ : โยซัว คิมมิช, จามาล มูเซียลา : แซร์ช กนาบรี, โธมัส มุลเลอร์, เลอรอย ซาเน : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี
ขณะที่ทีมเยือนน่าจะวางหมาก 4-1-3-2 ฟิลิปป์ โคห์น : อิกเนซ ฟาน เดอร์ เบรมป์ต, คามิล เพียตคอฟสกี, มักซิมิเลียน โวเบอร์, อันเดรียส อุลเมอร์ : โมฮาเหม็ด กามารา : นิโกลัส กาปัลโด, เบรนเดน อารอนสัน, นิโคลัส ไซวัลด์ : ชุกวูบุยเก อดามู, คาริม อเดเยมี
บาเยิร์น ตอนนี้มีปัญหาสภาพทีม ซึ่งส่งผลต่อฟอร์มการเล่นไปด้วย แต่จากประสบการณ์และขุมกำลังที่ยังเหนือกว่าซัลซ์บวร์ก เชื่อว่าเจ้าบ้านดีพอเบียดชนะไหว
ลิเวอร์พูล – อินเตอร์ มิลาน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี เกมแรกอินเตอร์แพ้คาบ้าน 0-2
เส้นทางที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม ได้แชมป์กลุ่มบีด้วยผลงานชนะ 6 นัดรวด กวาดไป 18 คะแนนเต็ม จากการชนะ เอซี มิลาน 3-2 (เหย้า), ชนะ ปอร์โต 5-1 (เยือน), ชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-2 (เยือน), ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-0 (เหย้า), ชนะ ปอร์โต 2-0 (เหย้า), ชนะ เอซี มิลาน 2-1 (เยือน)
ส่วน อินเตอร์ เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม ได้รองแชมป์กลุ่มดีด้วยผลงานลงเตะ 6 นัด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2 เก็บไป 10 คะแนน จากการแพ้ เรอัล มาดริด 0-1 (เหย้า), เสมอ ชักตาร์ โดเน็ตส์ก 0-0 (เยือน), ชนะ เชอริฟฟ์ 3-1 (เหย้า), ชนะ เชอริฟฟ์ 3-1 (เยือน), ชนะ ชักตาร์ โดเน็ตส์ก 2-0 (เหย้า), แพ้ เรอัล มาดริด 0-2 (เยือน)
คู่นี้เจอกันในถ้วยยุโรปรวมแล้ว 5 ครั้ง อินเตอร์ ชนะ 1 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 4 นัด หนล่าสุดก่อนฤดูกาลปัจจุบัน ได้พบกันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของถ้วยนี้เมื่อฤดูกาล 2007-08 ลิเวอร์พูล เปิดบ้านชนะ 2-0 และอินเตอร์ แพ้คารัง 0-1
คาดว่าเจ้าบ้านจะใช้แผน 4-3-3 อลิสซง เบ็กเกอร์ : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์- อาร์โนลด์, อิบราฮิมา โคนาเต, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, นาบี เกอิตา : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดิโอโก โชตา, ซาดิโอ มาเน
ขณะที่ทีมเยือนคงจัดทัพ 3-5-2 ซามีร์ ฮันดาโนวิช : มิลาน สคริเนียร์, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี : เดนเซล ดุมฟรีส์, นิโคโล บาเรลลา, มาร์เซโล โบรโซวิช, ฮาคาน ชัลฮาโนกลู, มัตเตโอ ดาร์เมียน : เอดิน เชโก, เลาตาโร มาร์ติเนซ
ลิเวอร์พูลยามนี้ฟอร์มขึ้นหม้อจริงๆ อินเตอร์เวลานี้ก็ไม่ได้เป็นทีมจอมเขี้ยวในระดับยุโรปแล้ว เชื่อว่าเจ้าถิ่นน่าจะเป็นฝ่ายย้ำแค้นก่อนผ่านเข้ารอบไปอย่างสวยงาม