ตลท.เผยทุนนอกหนีตายรัสเซีย-ยูเครน แห่ซบอกตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ดันยอดซื้อสุทธิเดือนก.พ. ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปี
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่สร้างผลกระทบต่อภาพรวมทั่วโลก โดยตลท. มีการรายงานต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ไทยถือว่ามีความผันผวนน้อยมาก และ นักลงทุนต่างประเทศยังมองตลาดหุ้นไทยเป็นที่ปลอดภัย เห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมามีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะประเทศไทยถือว่าเป็นที่หลบภัยของนักลงทุน เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนไทยมีความเข้มแข็ง และสามารถสร้าง ผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครน ยังไม่กระทบกับบริษัทใหม่ๆ ที่เตรียมเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. กล่าวว่า ภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนก.พ. 2565 พบว่าปัจจัยภายในประเทศที่มีความเชื่อมโยงไปยังรัสเซียและยูเครนค่อนข้างน้อย และในระยะสั้นเศรษฐกิจไทยยังได้รับผล กระทบจากเงินเฟ้อค่อนข้างจำกัด และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะในภาคบริการและการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากการกลับมาเปิดเมืองในอนาคต ทำให้เห็นการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากผู้ลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน โดยในเดือน ก.พ. 2565 ผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 61,336 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่ผู้ลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิสูงสุดในรอบ 16 ปี
“ในเดือน ก.พ. 2565 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 99,052 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด คิดเป็น 42.80% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ซึ่งเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2563 ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิเป็นเดือนที่สาม”
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2565 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ หรือ SET Index ปิดที่ 1,685.18 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 2.2% จากเดือนก่อนหน้าซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในอาเซียน ซึ่ง SET Index ในสองเดือนแรกปี 2565 ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาเปิดเมือง โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 ได้แก่ กลุ่มบริการ กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มการเงิน
ขณะที่ อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2565 อยู่ที่ระดับ 2.64% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย ซึ่งอยู่ที่ 2.36%