ใครไปเที่ยว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงพ.ย.-มี.ค. คงมีโอกาสไปเที่ยวสวนสตรอว์เบอร์รี่และเก็บกินผลสดๆ ในสวนอย่างสนุกสนาน เพราะมีหลายแห่งเปิดให้เก็บ พร้อมจัดจุดเช็กอินไว้อย่างสวยงาม มีทั้งฟรีและเสียค่าเข้าหลักสิบ พอดีช่วงก่อนกลับกทม. มีโอกาสแวะเข้าสวน 80 @ วังน้ำเขียว หลังจากเสร็จงานที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะสื่อมวลชนไปชมงาน “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ที่ อ.วังน้ำเขียว ซึ่งทาง วช.นำงานวิจัย ‘การพัฒนาระบบการผลิตพันธุ์เบญจมาศปลอดโรคเชิงพาณิชย์’ ภายใต้แผนโครงการ “การพัฒนาศักยภาพการผลิต และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ลิเซียนทัส เบญจมาศและไทร พ.ศ.2563-2564” ของนักวิจัยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมงานด้วย เพื่อสร้างอุตสาหกรรมการผลิตเบญจมาศให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

สวน 80 @ วังน้ำเขียว ใหญ่โตทีเดียว แถมจัดที่จัดทางให้นักท่องเที่ยวโพสต์รูปกันตามใจชอบในหลากหลายมุม
โชคดีวันที่ไปได้เจอกับ ‘คุณอนุสรณ์ เลาว้าง’ เจ้าของไร่ หนุ่มใหญ่วัย 40 ปี รายนี้ เล่าให้ฟังว่า เป็นชาวม้งมาจาก จ.เชียงใหม่ เรียนจบ ปวส.ด้านเกษตร เข้ามาปลูกสตรอว์เบอร์รี่ที่วังน้ำเขียวมาเป็นปีที่ 7 แล้ว ก่อนหน้านี้น้องสาวมาปลูกก่อน พอเห็นมีรายได้ดีเลยตามาบ้าง โดยเช่าที่ดินประมาณ 18 ไร่ ซึ่งได้ผลดีเพราะอากาศที่วังน้ำเขียวใกล้เคียงกับที่เชียงใหม่

เจ้าของสวน 80 @ วังน้ำเขียว บอกวิธีการปลูกให้ได้ผลดีว่า พวกตนปลูกมาทั้งชีวิต ดังนั้นสตอว์เบอร์รี่จึงเป็นอะไรที่ง่ายมาก แต่คนที่ไม่เคยปลูกจะรู้สึกว่ายาก จริงๆ สตรอว์เบอร์รี่ดูแลยากมาก แต่ด้วยความที่ปลูกประจำ ปลูกมาตั้งแต่เด็กเลยปลูกง่าย โดยเลือกปลูกพันธุ์พระราชทาน 80 หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘พันธุ์หวาน’ เพราะกินลูกสดแล้วหวาน กรอบอร่อย แต่ข้อเสียคือ ลูกไม่ค่อยทน ผิวบาง

ในการปลูกนั้นเริ่มจากการทำต้นพันธุ์ ใช้วิธีไปเพาะไหลหรือต้นกล้าที่แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ประมาณเดือนพ.ค.-ก.ค. ใช้เวลา 3-4 เดือน เพราะที่โน่นอากาศดีเพาะได้ง่ายกว่า ถ้าจะเพาะไหลที่วังน้ำเขียวคงยาก แต่สามารถปลูกต้นสตรอว์เบอร์รี่ได้
สำหรับการเพาะไหลสตรอว์เบอร์รี่ ต้องรอเส้นไหลยื่นออกมา ใช้เวลาเพาะ 3-4 เดือน ตนไปเพาะไหลกับพี่ชาย เพื่อนำปลูกประมาณ 35,000 ต้น ในเนื้อที่ 5 ไร่ ส่วนพี่ชายปลูกบนดอยที่เชียงใหม่ 1 แสนต้น จะใส่ถุงที่บรรจุด้วยขุยมะพร้าว ข้างในไม่มีดินเลย ข้างล่างเป็นขุยมะพร้าวสับหยาบๆ แล้วก็มีขี้หมู หรือขี้ไก่ก็ได้ แต่ที่ไร่ใส่ขี้หมู ส่วนข้างบนเป็นขุยมะพร้าวละเอียดโปะไว้ข้างบน ถ้าเทียบกับการใช้ดิน ได้ผลผลิตที่โอเคกว่า แต่ขั้นตอนการดูแลก็ต้องไปฝึกวิชาหรือไปเรียนรู้งาน ไม่เช่นนั้นทำไม่ได้

ถามว่าปลูกแบบเคมีหรืออินทรีย์ หนุ่มม้งยอมรับว่ามีการใช้ยาด้วย เพราะช่วงที่ยังไม่มีโรค ต้องมีการฉีดยาหรือว่าพ่นยา ส่วนใหญ่เน้นพวกฮอร์โมน และพวกป้องกันเชื้อรา แต่หลังจากที่มีดอกมีลูกออกมา ไม่ได้พ่นยา
พอปลูกไหลสตรอว์เบอร์รี่ไปได้เดือนครึ่งหรือ 2 เดือน สามารถเก็บรุ่นแรก โดยเริ่มปลูกประมาณปลายๆ เดือนก.ย. หรือต้นเดือนต.ค. แต่ละไร่ปลูกไม่เหมือนกัน พอเดือนพ.ย.เริ่มเก็บ รุ่นแรกลูกไม่ใหญ่และไม่ดกมาก เพราะต้นยังเล็กอยู่ พอรุ่นแรกเก็บหมด ต้นจะหยุดให้ลูก หมายถึงต้องพักสักระยะหนึ่ง ช่วงปีใหม่ไม่มีลูกให้เก็บ แต่พอหลังปีใหม่เริ่มออกมาเป็นรุ่น 2 ยาวไปจนถึงเดือนเม.ย. แต่ต้องดูฟ้าฝนด้วย อย่างเช่นปีนี้ ฝนตกหลายวันเสียหายเยอะ พอสุกเน่าเร็วมาก จึงไม่รู้จะอยู่ถึงเดือนเม.ย.หรือเปล่า เพราะยังคงฝนตก

“สตรอว์เบอร์รี่จะมีหน้าของมัน ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่ หรือที่ไหนก็ตาม จะปลูกช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. แล้วพ.ย.ขึ้นไปจะเริ่มเก็บเป็นรุ่นที่ 1 พอเดือนมี.ค.-เม.ย.เป็นช่วงที่หมดแล้ว คือ ทั้งประเทศไทย ไม่ว่าที่ไหนก็หากินไม่ได้แล้ว แต่ช่วงระยะที่เม.ย.-มิ.ย.เป็นช่วงเพาะกล้า
ในส่วนการขายผลสตรอว์เบอร์รี่สดที่ นักท่องเที่ยวเก็บจากไร่ ขายขีดละ 60 บาท ซึ่งคุณอนุสรณ์ระบุว่า ต้องขายราคานี้เพราะปีหนึ่งลงทุนเยอะ ประมาณปีละ 4-5 แสน และดูแลยากด้วย ส่วนเรื่องที่นักท่องเที่ยวเข้าไปในไร่แล้วแอบเด็ดกิน ต้องเข้าใจว่าทุกคนที่เข้าไปก็ต้องกินอยู่แล้ว ชิมสัก 2-3 ลูก ถือว่าโอเค ที่เหลือให้เก็บมาชั่งกิโลก็ไม่ว่าอะไร

หากขับรถท่องเที่ยวใน อ.วังน้ำเขียวและบริเวณใกล้เคียงจะเห็นไร่สตรอว์เบอร์รี่หลายไร่ทีเดียว แต่ดูเหมือนสวน 80 @ วังน้ำเขียว จะใหญ่ที่สุด ที่สำคัญเจ้าของไร่ทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน อย่างที่ คุณอนุสรณ์แจง “ผมปลูกสตรอว์เบอร์รี่ 5 ไร่ เป็นเจ้าใหญ่ที่สุดใน วังน้ำเขียว และทุกเจ้าที่ปลูกสตรอว์เบอร์รี่เป็นม้งหมดและเป็นญาติพี่น้อง เมื่อก่อนมีเจ้าของพื้นที่และคนในพื้นที่นี้เคยซื้อต้นมาปลูกอยู่ แต่เขาดูแลไม่เป็น ปลูกแล้วไม่รอด ไม่มีลูกให้กินเลย หลังๆ มาเขาก็ไม่ปลูกแล้ว ส่วนใหญ่เป็นม้งมาปลูกหมด”

จุดเด่นของไร่นี้ นอกจากเป็นไร่ที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ยังมีฟอร์มูล่าม้งให้บริการด้วย คิดรอบละ 50 บาท ลูกค้าจะนั่ง 2 หรือ 3 คนก็ได้ โดยใช้มอเตอร์ไซค์ลากรถขึ้นไปข้างบน (เป็นเนิน) แล้วปล่อยลงมา ในเส้นทางประมาณ 100 เมตร
ในเรื่องรสชาติ ถ้าเทียบกับสตรอว์เบอร์รี่ที่ปลูกในภาคเหนือ หนุ่มม้งรายนี้ให้ข้อมูลว่า ที่นี่น่าจะโอเคมากกว่า แต่ในความเป็นจริงก็เหมือนกันนั่นแหละไม่แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างคือ ลูกค้าที่นี่ได้กินแบบสดๆ จากต้นได้เก็บกินแบบฉ่ำๆ ซึ่งถ้าซื้อสตรอว์เบอร์รี่จากเชียงใหม่มา เวลาทางไร่เก็บต้องเก็บแบบยังไม่สุกส่งมา เป็นลูกสีขาวๆ ชมพู เพื่อที่ลูกสตรอว์เบอร์รี่จะไม่เสียทรง ถ้าเก็บแบบสุกเลยจะเละ

สำหรับปีนี้คุณอนุสรณ์บอกว่า ถ้าพูดถึงวังน้ำเขียว ลูกค้าบูมจริงๆ เป็นช่วงซีซั่น อย่างเช่นช่วงวันพ่อ 5 ธ.ค. แล้วมาบูมช่วงปีใหม่ วาเลนไทน์ และสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย ช่วงที่ว่านี้จะได้ตังค์เยอะ เพราะในไร่มีลูกให้ลูกค้าได้เก็บ แต่ช่วงปีใหม่แม้คนเยอะก็จริง เผอิญช่วงนั้นไม่มีสตรอว์เบอร์รี่ให้ลูกค้าเก็บ ลูกค้าแค่มาชมเฉยๆ ปกติทุกปีถึงเดือนเม.ย.จะมีสตรอว์เบอร์รี่ แต่ปีนี้อากาศแปรปรวนมีฝนตกบางช่วง ไม่แน่ใจว่าลูกจะอยู่ถึงเม.ย.หรือเปล่าแค่นั้น”
สนใจเที่ยวสวน 80 @ วังน้ำเขียว หรือต้องการซื้อผลิตภัณฑ์จากสตรอว์เบอร์รี่ที่มีหลากหลายให้เลือก สอบถามได้ที่ 08-1162-5315 และ 09-3230-9965
ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง