บุ๊กสโตร์
ต้อนรับการกลับมาของ “สัปดาห์หนังสือ” ที่รอคอย (26 มีนาคม-6 เมษายน 2565 ณ สถานีกลางบางซื่อ#สำนักพิมพ์มติชน บูธ A16) “สำนักพิมพ์มติชน” www.matichonbook.com เรียงรายหนังสือใหม่ให้อ่านกัน

…“ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส” ปิยบุตร แสงกนกกุล พาไปสำรวจการปฏิวัติฝรั่งเศส ที่ชี้ว่า การปฏิวัติมิได้เกิดขึ้นจากดิน มิได้หล่นมาจากฟากฟ้า มิใช่ได้มาเพียงเพราะคนไม่กี่คนต้องการให้เกิด มิใช่ได้มาด้วยการเสียสละพลีชีพของคนจำนวนมากเท่านั้น แต่การปฏิวัติจะบังเกิดและรุดหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ได้ ต้องมี “ภูมิปัญญา” อยู่เบื้องหลังด้วย
รวมบทความเล่มนี้บอกเล่าการปฏิวัติฝรั่งเศสผ่านรากฐานความคิด ปรัชญาการเมือง และอุดมการณ์ของนักปฏิวัติ ในประเด็นต่างๆ ทั้ง ภูมิปัญญาที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งสภาแห่งชาติของสมาชิกสภาฐานันดรที่ 3 และการร่างคำประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง การถกเถียงของสมาชิกสภาแห่งชาติเรื่องผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญคือใครระหว่างกษัตริย์ กับชาติ ข้อถกเถียงสถานะกษัตริย์ในระบอบรัฐธรรมนูญผ่านคดีประหาร ชีวิตหลุยส์ที่ 16
“ความสนใจในเรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศสของสังคมไทยมักแสดงออกใน 2 มิติที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง มิติแรก สนใจการปฏิวัติฝรั่งเศสแบบลุ่มหลงและใฝ่ฝันถึง มิติที่ 2 สนใจการปฏิวัติฝรั่งเศสแบบรังเกียจเดียดฉันท์และหวาดกลัวในฐานะที่เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างอันเลวร้าย ความสนใจทั้ง 2 มิตินี้ยังไม่เพียงพอต่อการศึกษาการปฏิวัติฝรั่งเศสอย่างลึกซึ้ง เพราะเป็นเพียงความสนใจแบบทำให้เป็นละคร ฝ่ายหนึ่งทำให้การปฏิวัติโรแมนติก ส่วนอีกฝ่ายก็ทำลายความชอบธรรมของการปฏิวัติ โดยละเลยสาเหตุความเป็นมา ปรัชญาการเมืองเบื้องหลัง ตลอดจนการตีความของนักประวัติศาสตร์
ผมจึงอยากทดลองเขียนถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยไม่มุ่งเน้นเหตุการณ์ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เท่านั้น แต่หันมาสนใจเรื่องปรัชญาการเมือง และภูมิปัญญาของการปฏิวัติฝรั่งเศส นำเสนอถึงการอภิปรายแสดงความเห็นของสมาชิกสภากลุ่มต่างๆ การเปลี่ยนความคิดให้ radical มากขึ้นของสมาชิกสภา วิเคราะห์ทฤษฎีการเมืองที่อยู่เบื้องหลังสุนทรพจน์ของสมาชิกสภา ทั้งหลายเหล่านี้ จะช่วยทำให้เราเห็น “รากฐานทางภูมิปัญญา” ที่กำกับชี้นำปฏิบัติการทางการเมืองของแต่ละฝ่าย”

…“สิ่งที่เคยมอง แต่ไม่เคยเห็น” หนังสือชุดฟาสต์ฟู้ดธุรกิจลำดับ 34 ของ หนุ่มเมืองจันท์ ที่ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ จากผู้คนที่พบเจอ และจากเรื่องราวที่ได้ประสบพบเอง ถ่ายทอดออกมาเป็นมุมมองแง่คิดอบอุ่น สร้างพลังบวก โดยมีศิลปิน พิชัย แก้ววิชิต ถ่ายทอดความงดงามผ่านภาพถ่าย ร้อยเรียงเคียงกัน
นำพบความพิเศษจากความธรรมดาสามัญที่จะทำให้ได้ “เห็น” ในสิ่งที่เคยแค่ได้มอง หรือบางสิ่งที่หล่นหายไปจากสายตา ชีวิตอันแสนธรรมดาของเรา เรื่องสามัญที่มองผ่านเลยอยู่ทุกวัน อาจมีแง่มุมบางอย่างที่ไม่เคยมองเห็น เป็นสิ่งที่เคยมอง แต่ไม่เคยเห็น
และนี่คือสิ่งที่ “หนุ่มเมืองจันท์” ฝากถึงนักอ่าน “หนังสือเล่มนี้น่าจะทำให้ผู้อ่านได้ฉุกคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต เพราะคงมีหลายสิ่งที่เราเคยมอง แต่เราไม่เคยเห็น มันน่าตั้งคำถามว่าเกิดขึ้นจากอะไร จากความเร็วในการใช้ชีวิตหรือเราไม่ใส่ใจบางสิ่งบางอย่างหรือเปล่า ความทุกข์ในชีวิตอาจไม่ใช่เพราะเรื่องราวที่เราเผชิญ แต่อาจเป็นเพราะมุมมองของเรา เหมือนกับภาพของคุณเอก-พิชัย ที่สามารถทำให้สิ่งที่สกปรกงดงามขึ้นมาได้ หนังสือเล่มนี้ ผมตั้งใจเล่นกับ ‘ภาพ’ และ ‘เนื้อหา’ ให้เป็นหนึ่งเดียว”

…“จากเมืองตาก สู่สะเทิม” โดย ศ.ดร. เชษฐ์ ติงสัญชลี นำสำรวจศิลปะโบราณตามเส้นทางจากไทยออกสู่ชายฝั่งทะเลในประเทศพม่าภาคใต้ คือ รัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยงในปัจจุบัน ที่มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์มาโดยตลอดกับพื้นที่ในภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ความสัมพันธ์เช่นนี้เกิดจาก “คน” ซึ่งมีการลื่นไหลไปมาหาสู่กัน ในขณะที่ชายแดนของรัฐชาติสมัยใหม่ยังไม่เกิดขึ้น หรือแม้แต่เมื่อชายแดนรัฐชาติได้เกิดขึ้นภายหลังพม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษแล้ว แต่การไปมาหาสู่กันระหว่างคนสองพื้นที่ก็ยังปรากฏอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้สะท้อนไปยัง “งานศิลปกรรม” ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลศิลปะพม่า-มอญที่เข้ามาในจังหวัดตาก กำแพงเพชร สุโขทัย กับอิทธิพลศิลปะไทยที่เข้าไปมีบทบาทในรัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยง แสดงให้เห็นการติดต่อตามเส้นทางสู่ปากน้ำสาละวินระหว่างคนไทย พม่า มอญ และกะเหรี่ยงตลอด 1æ,500 ปี โดยที่ชายแดนไม่อาจกั้นแบ่งความสัมพันธ์ของ “คน” ให้ขาดจากกันได้