คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เดินหน้าแก้โจทย์
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หลังวิกฤตโควิด-19 กระทบเด็กหลุดออกจากระบบจำนวนมาก ระดมความร่วมมือท้องถิ่น- จังหวัด เปลี่ยนอนาคตเด็กยากจนชายขอบเพื่อไม่ให้เป็นปิดเทอมสุดท้ายของเด็กๆ เดินหน้า “สวนผึ้งโมเดล” ปักหมุด อำเภอแรก “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า “สวนผึ้งโมเดล” สะท้อนความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ โดยตระหนักว่าต้องสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปพร้อมๆ กัน ด้วยการสร้างระบบการ เรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เพื่อให้เด็กทุกคนเรียนรู้ อย่างมีความสุข อยากให้ท้องถิ่นและทุกจังหวัดทั่วประเทศร่วมแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย อย่าให้เป็นปิดเทอมสุดท้ายของเด็กยากจน ชายขอบ

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า สวนผึ้งโมเดลเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” โดยเริ่มต้นที่จังหวัดราชบุรีเป็นที่แรก มีเจ้าภาพร่วมทั้งชุมชนท้องถิ่น เขตพื้นที่การศึกษา สถาบันอุดมศึกษา และภาคเอกชน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เข้ามาร่วมเปลี่ยนแปลงการศึกษาให้เกิดความเสมอภาคในจังหวัดราชบุรี ป้องกันปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ให้กลุ่มเป้าหมายต่างๆ ฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปสู่ปี การศึกษา 2565

นายศุเรนทร์ ฐปนางกูร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เผยว่า ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในอำเภอสวนผึ้งในด้านต่างๆ เช่น การส่งเสริมโครงการทักษะอาชีพให้เด็กที่มีปัญหาด้านรายได้ ส่งเสริมการพัฒนาทักษะต่างๆ การสร้างสังคมการเรียนรู้อย่างมีความสุขต้องใช้ความ ร่วมมือจากทุกภาคส่วน
สำหรับเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล การศึกษาเพื่อนำไปสู่การมีงานทำเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องให้เด็กมีความรู้ มีทักษะอาชีพติดตัวควบคู่ ไปกับการเรียนวิชาการในห้องเรียน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน