พิษรัสเซีย-ยูเครนกระหน่ำต้นทุนพุ่งดันเงินเฟ้อ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหั่นจีดีพีลงมาที่ 2.5% จากผลกระทบรัสเซีย-ยูเครนดันราคาน้ำมันและอาหารพุ่ง จับตาเงินเฟ้อแตะ 4.5% ขณะที่ตลาดเงินผันผวนคาดเงินบาทอ่อนทะลุ 34 บาทในครึ่งปีแรก ส่วน 10 มาตรการรัฐบาลไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า วิกฤตรัสเซีย-ยูเครนทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยหรือจีดีพี ปี 2565 เหลือ 2.5% ลดลงจากเมื่อปลายปี 2564 ที่ประเมินว่าจะเติบโตได้ 3.7% แต่หากรัสเซีย-ยูเครนสามารถหาทางออกร่วมกันได้เร็วกว่าที่กำหนด หรือภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ทำให้ราคาน้ำมันดิบอาจย่อตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง และทำให้ค่าเฉลี่ยน้ำมันทั้งปี 2565 อยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จีดีพีไทยก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.9%

ขณะเดียวกันได้ทบทวนอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.5% จากเดิมที่ 2.1% จากผลกระทบที่เกิดขึ้นข้างต้นจะส่งผ่านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก ท่ามกลางการที่ภาครัฐมีมาตรการตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่ 30 บาทต่อลิตร ไปจนถึงสิ้นเดือนเม.ย. 2565 ส่งผลให้ในบางช่วงของปีหลังจากนั้นราคาดีเซลอาจจะขยับขึ้นเกิน 30 บาทต่อลิตรหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อดังกล่าวทำให้มีโอกาสที่เฟดจะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ส่งสัญญาณสู่ระดับ 1.75-2.00% ณ สิ้นปี 2565 รวมถึงเพิ่มแรงกดดันต่อดอกเบี้ยนโยบายของไทยเช่นกัน

ส่วนผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทย กระทบต้นทุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมการผลิต หลักๆ จะมาจากการปรับขึ้นของต้นทุนอาหารและพลังงาน ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ภาคบริการจะกระทบการใช้จ่ายต่อหัวของ นักท่องเที่ยวที่ลดลง รวมถึงจะมีผลต่อการเติบโตลดลงของภาคธุรกิจค้าปลีก รถยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับตลาดการเงินยังมีความกังวลทั้งเรื่องมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของชาติตะวันตก โดยจะยังนำมาซึ่งความผันผวนในตลาดการเงินโลกและภายในระยะที่เหลือของปีนี้ ดังนั้น ตราบใดที่สถานการณ์ต่างๆ ยังไม่นิ่งจะกระทบต่อแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงไปที่ระดับมากกว่า 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ภายในครึ่งแรกของปีนี้

นอกจากนี้ ยังมอง 10 มาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาลว่าเป็นเพียงการลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพลังงานที่สูงขึ้น เพื่อให้ครัวเรือนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่ ไม่ได้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน