‘ก้อง’แชมป์ประวัติศาสตร์โมโตทูกรุยทางสู่โมโตจีพี – ถือเป็นความสำเร็จของวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะ มอเตอร์สปอร์ตบ้านเรา หลังจาก “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยวัย 23 ปี สังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีมเอเชีย ผงาดคว้าแชมป์โมโตจีพี 2022 สนาม 2 รายการ อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ ในรุ่น โมโตทู สร้างสถิติเป็นคนไทยคนแรกและเป็นนักกีฬาจากอาเซียนคนแรก ที่คว้าชัยชนะระดับ “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
ไม่ใช่แค่เพียงเป็นคนไทยคนแรกเท่านั้นที่สามารถคว้าแชมป์นี้มาครอง ทว่ายังเป็นตัวแทนของชาวอาเซียน ที่ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งแชมป์อย่างสมศักดิ์ศรี

โดยเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เป็นประธานในงานร่วมแสดงความยินดีกับ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแข่งไทยคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์จักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ในรุ่นโมโตทู ในรายการอินโดนีเซีย กรังด์ปรีซ์ ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยมี นายอารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ร่วมแสดงความยินดี
สมเกียรติกล่าวว่า เดิมทีสนามนี้ไม่ได้ตั้งเป้าขนาดนี้เพราะวันก่อนแข่ง 2-3 วันยังไม่สามารถสวมถุงมือได้เลย เนื่องจากล้มที่สนามกาตาร์ ต้องผ่าตัดที่นิ้วก้อยข้างซ้าย ตอนซ้อมก็พยายามหาจุดที่เจ็บน้อยที่สุด และก็ทำงานร่วมกับทีม สภาพตอนนี้คิดว่าน่าจะดีขึ้น 80-90 เปอร์เซ็นต์ อีก 3 วันน่าจะได้ตัดไหมออกได้ ต้องยอมรับว่าสนามอินโดนีเซียนั้นดูเหมือนง่ายแต่เป็นสนามที่ยาก ที่จะทำเวลาให้ได้คงเส้นคงวาขนาดนี้
“เป้าหมายอีก 19 สนามที่เหลือจะพยายามมีคะแนนให้ได้ทุกสนามและติดโพเดียมให้ได้มากที่สุด สนามที่คิดว่าน่าจะติดโพเดียมได้น่าจะเป็นสนามที่อาร์เจนตินา, ออสเตรีย, บาร์เซโลนา รวมถึงสนามที่บุรีรัมย์ เพราะจากที่ได้ลงแข่งมาหลายปีคิดว่าเริ่มปรับตัวเข้ากับสนามได้แล้ว”

“มั่นใจที่สุดคงยกให้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กับออสเตรีย ที่สนามเรดบูลล์ วิงส์ ส่วนสนามที่อาร์เจนตินาเคยได้อันดับ 10 มา ก็มั่นใจมากขึ้น แต่ไม่กดดันใดๆ แม้จะเพิ่งคว้าแชมป์มา เพราะเรื่องความกดดันมันมีตั้งแต่ช่วงปีแรกๆ จนตอนนี้ไม่มีแล้ว”
เมื่อถามถึงว่าคิดว่าตัวเองจะใช้เวลาอีกกี่ปีในการจะก้าวขึ้นไปถึงการเป็นนักแข่งโมโตจีพีนั้น สมเกียรติตอบว่า “ถ้าเป็นไปได้จริงก็อยากจะขึ้นไปปีหน้าเลย เพราะว่าพร้อมแล้ว”
เชื่อว่าการก้าวมาถึงตำแหน่งแชมป์ของ สมเกียรติ หนนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการก้าวไปสู่รายการที่ใหญ่ที่สุดของชาวสองล้อทางเรียบอย่าง “โมโตจีพี”