วันที่ 31 มี.ค. บีบีซีรายงานสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศยูเครนว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวย้ำว่าการโจมตีในเมืองมารีอูโปล ทางตะวันออกเฉียงใต้ จะยุติลงเมื่อกองทัพยูเครนยอมแพ้ต่อกองกำลังรัสเซีย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามในยูเครนจะยืดเยื้อต่อเนื่อง แม้ก่อนหน้านี้การเจรจาของคณะผู้แทนรัฐบาลรัสเซียและยูเครน ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันอังคารที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาจะคืบหน้า และทางการรัสเซียให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดระดับปฏิบัติการทางการทหารรอบๆ กรุงเคียฟก็ตาม

ต้านศัตรู – สทหารยูเครนเดินผ่านศพทหารรัสเซียที่ถูกสังหารในพื้นที่รอบนอก กรุงเคียฟ ขณะที่กองกำลังรัสเซียยังโจมตีต่อเนื่องแม้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดระดับปฏิบัติการทางการทหารรอบๆ กรุงเคียฟก็ตาม (รอยเตอร์)

ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียออกแถลงการณ์ว่าประธานาธิบดีปูตินหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เป็นเวลานานราว 1 ชั่วโมง โดยย้ำถึงสถานการณ์ในเมืองมารีอูโปลว่ารัสเซียต้องการให้กองทัพยูเครนยอมศิโรราบแลกกับการหยุดโจมตี อย่างไรก็ตาม ทางการฝรั่งเศสระบุว่านายปูตินตกลงกับแผนระเบียงมนุษยธรรมเพื่อเร่งอพยพประชาชนในเมืองมารีอูโปล ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศหยุดยิงชั่วคราว เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. และว่าอนุญาตให้ประชาชนจากเมืองมารีอูโปลเดินทางมุ่งหน้าไป ฝั่งตะวันตกสู่เมืองซาโปริฌเฌียและเมืองท่าแบร์เดียนสก์

วันเดียวกัน สำนักงานข่าวกรองของสหราชอาณาจักร (จีซีเอชคิว) เปิดเผยว่ากองกำลังรัสเซียพลาดยิงเครื่องบินของกองทัพตัวเองตก และมีหลายครั้งที่ทหารรัสเซียปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งให้โจมตียูเครน เซอร์เจอเรมี เฟลมิง ผู้อำนวยการจีซีเอชคิว ระบุผ่านแถลงการณ์ว่าเป็นที่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีปูตินตัดสินใจผิดอย่างใหญ่หลวงต่อสถานการณ์ในยูเครน และประเมินความสามารถของกองทัพรัสเซียมากเกินไป

“เราเห็นทหารรัสเซียขาดทั้งอาวุธและกำลังใจ พวกเขาปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง พวกเขาทำลายยุทโธปกรณ์ และกระทั่งยิงเครื่องบินของพวกเขาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ” เซอร์เจอเรมียังกล่าวอีกว่าที่ปรึกษาของนายปูตินไม่กล้าบอกความจริงดังกล่าวกับผู้นำประเทศ และว่ารัสเซียพยายามขัดขวางยูเครนด้วยการโจมตีทางไซเบอร์

ด้านทีมวิเคราะห์ความเสี่ยงหรือทีเอจีของกูเกิ้ล เปิดเผยว่าแฮ็กเกอร์ในรัสเซียพยายาม เจาะระบบเครือข่ายขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และกระทรวงกลาโหมในหลายประเทศยุโรปตะวันออก เป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อ “โคลด์ริเวอร์” หรือ “คัลลิสโต” ในรัสเซีย พยายามฟิชชิ่งหรือทำการหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตเพื่อจารกรรมข้อมูลสำคัญ

สโลวะเกียจัดหนัก-ปลดทูตรัสเซียอีก 35 คน
ขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศสโลวะเกียแถลงปลดเจ้าหน้าที่ทางการทูตประจำสถานทูตรัสเซียในกรุงบราติสลาวา จำนวน 35 คน ก่อนหน้านี้สโลวะเกียเพิ่งปลดเจ้าหน้าที่การทูตรัสเซียหลายคนเมื่อต้นเดือนมี.ค.และในช่วง 2 ปีมีเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซียถูกปลดถึง 45 คน

นอกจากสโลวะเกียแล้วยังมีหลายประเทศที่ประกาศขับไล่เจ้าหน้าที่การทูตรัสเซียเพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครน รวมถึงเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก โปแลนด์ และสหรัฐ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน