นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่าตนจะติดตามการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมที่อยู่ในการดูแล โดยเฉพาะในส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ จะทำให้มีการพัฒนาให้เท่าทันยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งหลักๆ ในแต่ละแห่งจะต้องคำนึงถึงวิธีการจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ ให้สามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย โดยจะให้แต่ละพิพิธภัณฑ์กลับไปทบทวนรูปแบบการจัดแสดงว่าการจัดแสดงโบราณวัตถุในปัจจุบันมีความน่าสนใจเพียงใด สามารถตอบสนองความสนใจของผู้ชมได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะต้องทำแบบประเมินผล แยกกลุ่มเป้าหมายของผู้ชมให้ชัดเจน ที่สำคัญให้พิจารณาจากโบราณวัตถุที่มีอยู่ในแต่ละพิพิธภัณฑ์ โดยเรียงลำดับความสำคัญ ความน่าสนใจ และความเชื่อมโยงในพื้นที่

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ กรมศิลปากรได้ปรับปรุงอาคารมหาสุรสิงหนาท ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซึ่งจัดแสดงศิลปะเอเชีย และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่พบตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ก่อนพุทธศักราช 1800 เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงห้องลพบุรี ซึ่งจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ ซึ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จะเป็นต้นแบบของการอนุรักษ์ และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ที่มีมาตรฐานของประเทศไทย ขณะเดียวกันความคืบหน้า การพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ได้ก่อสร้างอาคารจัดแสดงเครื่องทองอยุธยา ที่นำเสนอโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุประเภทเครื่องทองสมัยอยุธยาที่ค้นพบทั่วประเทศไทย โดยใช้งบประมาณมากถึง 200 ล้านบาท ก็มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของประเทศไทยอีกแห่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน