เดินทางมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยสำหรับฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2021-22 โดยเป็นคิวของ 2 คู่แรกซึ่งมีความน่าสนใจแตกต่างกันไป นั่นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แอตเลติโก มาดริด และ เบนฟิกา กับ ลิเวอร์พูล
วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ.2565
ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก
แมนเชสเตอร์ ซิตี้-แอตเลติโก มาดริด“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด จาก ลา ลีกา สเปน

แมนฯ ซิตี้ ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายหลังเอาชนะสปอร์ติง ลิสบอน ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 5-0 ส่วน แอตฯ มาดริด ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมหลังเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์รวม 2-1
ผลงาน 5 นัดหลังสุดเริ่มจาก แมนฯ ซิตี้ ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 4-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก), เสมอ สปอร์ติง ลิสบอน 0-0 (เหย้า, ยูซีแอล), เสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก), ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 4-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก) และชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

ด้าน แอตฯ มาดริด ชนะ เรอัล เบติส 3-1 (เยือน, ลา ลีกา), ชนะ กาดิซ 2-1 (เหย้า, ลา ลีกา), ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 (เยือน, ยูซีแอล), ชนะ ราโย บาเยกาโน 1-0 (เยือน, ลา ลีกา) และชนะ อลาเบส 4-1 (เหย้า, ลา ลีกา)
ความพร้อมล่าสุดเริ่มจาก แมนฯ ซิตี้ จะไม่มี รูเบน ดิอาซ ที่มีอาการบาดเจ็บ รวมถึง ไคล์ วอล์กเกอร์ ที่ติดโทษแบน ทว่าตัวหลักรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เควิน เดอ บรอยน์, และ ราฮีม สเตอร์ลิง พร้อมลงสนามทั้งหมด
ขณะที่ แอตฯ มาดริด จะขาด ยานนิก การ์ราสโก ที่ติดโทษแบนเพียงรายเดียว ส่วน โกเก, เชา เฟลิกซ์ และ อองตวน กรีซมันน์ พร้อมช่วยทีม

11 ผู้เล่นตัวจริงที่ คาดว่าจะลงสนามของทั้ง 2 ทีม
แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน – เชา คันเซโล, จอห์น สโตนส์, อายเมริก ลาปอร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง
แอตฯ มาดริด (5-3-2) : ยาน โอบลัก – มาร์กอส ยอเรนเต, โฆเซ ฆิเมเนซ, สเตฟาน ซาวิช, เรนิลโด, เรนาน โลดี – เจฟเฟรย์ ก็องด็อกเบีย, โกเก, โรดริโก เด ปอล – เชา เฟลิกซ์, อองตวน กรีซมันน์

แมนฯ ซิตี้ มีจุดเด่นเรื่องเกมรุก ส่วน แอตฯ มาดริด ก็มีจุดเด่นเรื่องเกมสวนกลับ อย่างไรก็ตาม ชั่วโมงนี้ “เรือใบสีฟ้า” มีฟอร์ม โดยรวมที่ดีกว่า รวมถึงได้เล่นในบ้านทำให้เชื่อว่าพวกเขาน่าจะเฉือนเอาชนะไปได้

เบนฟิกา-ลิเวอร์พูล
“เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิกา จากซูเปอร์ลีกาโปรตุเกส เปิดสนามรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม ทุกรายการ เริ่มจาก เบนฟิกา ชนะ ปอร์ติ โมเนนเซ 2-1 (เยือน, ซูเปอร์ลีกา), เสมอ วิเซลา 1-1 (เหย้า, ซูเปอร์ลีกา), ชนะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 (เยือน, ยูซีแอล), ชนะ เอสโตริล 2-1 (เหย้า, ซูเปอร์ลีกา) และแพ้ สปอร์ติง บรากา 2-3 (เยือน, ซูเปอร์ลีกา)

ด้าน ลิเวอร์พูล แพ้ อินเตอร์ มิลาน 0-1 (เหย้า, ยูซีแอล), ชนะ ไบรตัน 2-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก), ชนะ อาร์เซนอล 2-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก), ชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 (เยือน, เอฟเอ คัพ) และชนะ วัตฟอร์ด 2-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

ความพร้อมล่าสุดของทั้ง 2 ทีมเริ่มจาก เบนฟิกา ต้องลุ้นว่า อเดล ทารับต์ จะหายจากอาการบาดเจ็บทันช่วยทีมในเกมนี้หรือไม่
ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องเช็กความฟิตของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์- อาร์โนลด์ และ นาบี เกอิตา ทว่าตัวหลักคนอื่นๆ ทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน พร้อมลงสนาม

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของทั้ง 2 ทีม
เบนฟิกา (4-2-3-1) : โอดิสเซอัส วลาโชดิมอส – กิลแบร์โต, นิโคลัส โอตาเมนดี, แยน แฟร์ตองเกน, อเล็กซ์ กรีมัลโด – ซูอาลิโฮ เมอิเต, ยูเลียน ไวเกิล – ราฟา ซิลวา, เชา มาริโอ, เนมานยา ราดอนยิช – ดาร์วิน นูนเญซ
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซง เบ็กเกอร์ – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์- อาร์โนลด์, โจแอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, ติอาโก อัลคัลทารา – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดิโอโก โชตา, ซาดิโอ มาเน

ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ ทำให้แม้เบนฟิกาจะได้เล่นในบ้านทว่าคงยากที่จะต้านทานความแข็งแกร่ง ดังนั้น “หงส์แดง” น่าเป็นฝ่ายบุกเก็บชัยไปก่อนในเลกแรก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน