ทำเนียบรัฐบาล – เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สนับสนุนการรีไซเคิลซากรถทั่วประเทศ ตามมาตรการรองรับขยะจากซากรถยนต์เก่า ที่หมดอายุการ ใช้งานในประเทศ และช่วยลดปริมาณนำเข้าเหล็กจาก ต่างประเทศ ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5

“จากสถิติประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี ทุกประเภท รวมทั้งสิ้น 5,033,307 คัน หากไม่ได้รีไซเคิลให้ถูกต้องเหมาะสม อีก 20 ปีข้างหน้า รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี จะเพิ่มเป็น 16 ล้านคัน รถยนต์เก่าเหล่านี้หากนำมาใช้งานโดยขาดการบำรุงรักษาตามมาตรฐาน จะเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก ของปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ดังนั้น การรีไซเคิลที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ จะนำทรัพยากรจากการแยกซากรถมาหมุนเวียนให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม ลดปริมาณการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ เพราะรถยนต์หนึ่งคันมีสัดส่วนเหล็กมากถึง 69%” นายธนกรกล่าว

นายธนกรกล่าวต่อว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ ลงนามในบันทึกความร่วมมือ โครงการสาธิตสำหรับการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนที่คำนึงถึงการอนุรักษ์พลังงานเพื่อการรีไซเคิลทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมสำหรับซากยานพาหนะที่หมดอายุใช้งานในประเทศไทย ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น นายกฯ เชื่อมั่นว่าจะเป็นโอกาสสร้างศักยภาพ และการแข่งขันให้ไทย โดยไทยจะเป็นต้นแบบการรีไซเคิลทั้งในประเทศ และในภูมิภาคเอเชียต่อไป ในอนาคต โดยการแก้ไขแต่ละปัญหา สร้างโอกาส สร้างลู่ทางพัฒนาประเทศร่วมกันไปด้วย

นายกฯ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วม บูรณาการการทำงานหาแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อให้ธุรกิจเกี่ยวกับการรีไซเคิลรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานขยายตัว ซึ่งนอกจากจะสร้างงานสร้างอาชีพ เกิดโอกาสการเติบโตของประชาชน ยังสามารถแก้ปัญหาลดขยะ ซากรถ นำรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานมาหมุนเวียนให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม และต่อยอดแนวความคิดให้ไทยเป็นต้นแบบเกิดระบบจัดการซากรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน