ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ยังคงบู๊กันเดือดในรอบก่อนรองชนะเลิศ คืนนี้แชมป์เก่าเชลซีเผชิญศึกหนักต้องพบยักษ์ใหญ่ เรอัล มาดริด ขณะที่บียาร์เรอัลจะเปิดบ้านต้อนรับบาเยิร์น มิวนิก ทีมไหนจะคว้าชัยสำเร็จบ้าง ต้องมารอลุ้นกัน
วันพุธที่ 6 เมษายน 2565
ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก
เชลซี-เรอัล มาดริด “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แชมป์เก่าจากอังกฤษ เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด
เส้นทางที่ผ่านมา เชลซีผ่านรอบ แบ่งกลุ่ม ด้วยการคว้ารองแชมป์กลุ่มเอช ทำผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บไป 13 คะแนน ส่วนมาดริดได้แชมป์กลุ่มดี ทำผลงานชนะ 5 แพ้ 1 เก็บได้ 15 คะแนน
โดยเชลซีชนะเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก 1-0 (เหย้า), แพ้ยูเวนตุส 0-1 (เยือน), ชนะ มัลโม 4-0 (เหย้า), ชนะมัลโม 1-0 (เยือน), ชนะยูเวนตุส 4-0 (เหย้า), เสมอเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก 3-3 (เยือน)
ส่วนมาดริดชนะอินเตอร์ มิลาน 1-0 (เยือน), แพ้เชอริฟฟ์ 1-2 (เหย้า), ชนะ ชักตาร์ โดเน็ตส์ก 5-0 (เยือน), ชนะชักตาร์ โดเน็ตส์ก 2-1 (เหย้า), ชนะเชอริฟฟ์ 3-0 (เยือน), ชนะอินเตอร์ มิลาน 2-0 (เหย้า)
จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เชลซีชนะลีลล์ด้วยผลรวม 4-1 ขณะที่มาดริดชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมงด้วยผลรวม 3-2
คู่นี้เคยเจอกันในถ้วยยุโรปมา 5 ครั้ง เชลซี ไม่มีแพ้เลย ชนะไป 3 นัด เสมอกันอีก 2 นัด หนล่าสุดเพิ่งพบกันในรอบรองชนะเลิศรายการนี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เจ๊ากันบ้านมาดริด 1-1 และเชลซีเปิดบ้านชนะ 2-0
คาดว่าเกมนี้เชลซีจะวางแผน 3-4-2-1 เอดูอาร์ เมนดี : แอนเดรียส คริสเตนเซน, ติอาโก ซิลวา, อันโตนิโอ รูดิเกอร์ : รีซ เจมส์, เอ็นโกโล ก็องเต, จอร์จินโญ, มาร์กอส อลอนโซ : เมสัน เมาต์, ฮาคิม ซิเยช : ไค ฮาเวิร์ตซ์
ขณะที่มาดริดคงจัดระบบ 4-3-3 ธิโบต์ กูร์กตัวส์ : ดานี การ์บาฆัล, เอแดร์ มิลิเตา, ดาวิด อลาบา, แฟร์กล็องด์ เมนดี : ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โทนี โครส : มาร์โก อเซนซิโอ, คาริม เบนเซมา, วินิซิอุส จูเนียร์
เชลซีเพิ่งแพ้เละในเกมลีกแมตช์ล่าสุด แถมสถานการณ์ภายในสโมสรก็ยังระส่ำ มองแล้วมาดริดมีความพร้อมกว่า ทีมเยือนคงไม่แพ้
บียาร์เรอัล-บาเยิร์น มิวนิก “เรือดำน้ำสีเหลือง” บียาร์เรอัล จากสเปน เปิดสนามเอสตาดิโอ เด ลา เซรามิกา รับการมาเยือนของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก
เส้นทางที่ผ่านมา บียาร์เรอัลผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอฟ ทำผลงานชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2 เก็บไป 10 คะแนน ส่วนบาเยิร์นได้แชมป์กลุ่มอี ทำผลงานชนะ 6 นัดรวด กวาดไป 18 คะแนนเต็ม
โดยบียาร์เรอัลเสมออตาลันตา 2-2 (เหย้า), แพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 (เยือน), ชนะยัง บอยส์ 4-1 (เยือน), ชนะ ยัง บอยส์ 2-0 (เหย้า), แพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 (เหย้า), ชนะอตาลันตา 3-2 (เยือน)
ด้านบาเยิร์นชนะบาร์เซโลนา 3-0 (เยือน), ชนะดินาโม เคียฟ 5-0 (เหย้า), ชนะเบนฟิกา 4-0 (เยือน), ชนะเบนฟิกา 5-2 (เหย้า), ชนะ ดินาโม เคียฟ 2-1 (เยือน), ชนะบาร์เซโลนา 3-0 (เหย้า)
จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย บียาร์เรอัลชนะยูเวนตุส ด้วยผลรวม 4-1 ขณะที่ บาเยิร์นชนะเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยผลรวม 8-2
คู่นี้เคยเจอกันในถ้วยยุโรป 2 แมตช์ ในรอบ แบ่งกลุ่มรายการนี้เมื่อฤดูกาล 2011-12 บียาร์เรอัลแพ้คารัง 0-2 และบาเยิร์นเปิดบ้านชนะ 3-1
เกมนี้คาดว่าเจ้าบ้านจะจัด เคราร์ด โมเรโน, โจวานี โล เชลโซ, อาร์เนาต์ ดันจูมา ลงสนาม ด้านทีมเยือนคงใช้งาน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี, โธมัส มุลเลอร์, เลอรอย ซาเน
บียาร์เรอัลฟอร์มยังขาดความแน่นอน แถมบาเยิร์นช่วงหลังเครื่องร้อนด้วย ทีมเยือน มีโอกาสบุกชนะได้เลย
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เบิร์นลีย์-เอฟเวอร์ตัน ทั้งคู่ลงเตะไป 28 นัดเท่ากัน “เดอะ คลาเร็ตส์” เบิร์นลีย์ เก็บได้ 21 คะแนน อยู่อันดับ 19 หรือรองบ๊วย ขณะที่ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน มีอยู่ 22 คะแนน ยึดอันดับ 17 นี่จึงเป็นเกมแห่งการหนีตกชั้น แต่ช่วงหลังฟอร์มเละพอกัน มองแล้วน่าจบเจ๊า
บุนเดสลีกา เยอรมนี
เอาก์สบวร์ก-ไมนซ์ ทั้งคู่ลงเตะ 27 นัดเท่ากัน เอาก์สบวร์ก มีอยู่ 29 คะแนน รั้งอันดับ 14 ต้องเร่งหนีตกชั้น ทางด้านไมนซ์ เก็บไป 38 คะแนน อยู่อันดับ 10 ยังพอมีโอกาสลุ้นตั๋วยุโรป เอาก์สบวร์กยังพอหวังผลเกมในบ้านได้ ต่างจากไมนซ์ที่ไม่เก่ง เกมเยือนเลย เจ้าถิ่นน่าเบียดคว้าชัย