ผังเมืองอีอีซี (2)

เลาะรั้ว

ข้อสังเกตถึงโครงการเมืองใหม่น่าอยู่ที่เขตบางละมุง จ.ชลบุรี ในแผนที่แผนผังเมืองรวม EEC กำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียวทแยง เพราะเดิมเป็นพื้นที่ส.ป.ก. แต่จะเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ในที่ดินด้วยการออกกฎกระทรวงผังเมืองรวมเสียใหม่นั้นจะต้องมีแผนผังการพัฒนาเมืองอย่างที่ควรจะเป็นตามหลักการทั้งทางวิชาการผังเมืองและทางความเป็นไปได้ทางการลงทุน ทั้งนี้ เพื่อความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ลงทุน (PPP) ในระดับไหนอย่างไรให้ชัดเจน เพราะเรื่องนี้จะกระทบต่อการแบ่งปันผลประโยชน์กันทั้งของรัฐและของเอกชน

แต่ปัจจุบันคือยังไม่มีผัง และที่สำคัญก็คือเกิดการคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ไม่เห็นด้วยกับการนำที่ดินไปประกอบกิจการที่ส่อให้เห็นว่าจะเกิดประโยชน์แก่เฉพาะผู้ลงทุน

การกล่าวอ้างถึงอำนาจตามพ.ร.บ.อีอีซี เพื่อจะเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยมิต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎกระทรวงผังเมืองรวม EEC ยิ่งทำให้เข้าใจว่าเป็นการไม่เห็นความสำคัญของกฎกระทรวงผังเมืองรวม

เมืองโวล์ฟสบวร์ก มีพื้นที่ว่าง 70%

มติของคณะรัฐมนตรีคือความไม่เข้าใจเรื่องของผังเมืองอีกประการ ซึ่งจะมีผลต่อการอยู่อาศัยของผู้ที่กล่าวไว้จะมีตำแหน่งงานถึง 2 แสนตำแหน่ง (จากการประเมินว่าจะมีประชากรในพื้นที่นี้ตั้งแต่ 600,000-1,000,000 คน) คำถามก็คือ จะจัดทำสาธารณูปโภคเรื่องน้ำกินน้ำใช้กันได้อย่างไร เพราะดูในแผนผังการจัดการเรื่องน้ำตามกฎกระทรวงผังเมืองรวม EEC แล้ว น่าจะมีปัญหาน้ำไม่พอเพียงต่อการอยู่อาศัย

เรื่องต่อมาก็คือ ความเข้าใจเรื่องเมืองน่าอยู่ต้องไม่ใช่เมืองที่มีที่เว้นว่างแค่ 30% ของเมือง

หากดูตัวอย่างเมืองโวล์ฟสบวร์ก ประเทศเยอรมนี แม้เป็นเมืองอุตสาหกรรมหลักของการผลิตรถยนต์ (โฟล์กสวาเกน) มีประชากรประมาณ 300,000 คน แต่มีที่เว้นว่างถึง 70% ของพื้นที่เมือง

ทั้งหมดนี้คือข้อสงสัยต่อการพัฒนาเมืองโดยเฉพาะในเขตอีอีซี ว่าที่จริงแล้วเราจะมีเมืองอีอีซีที่จะเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของเราได้อย่างยั่งยืนอย่างไร การจัดทำจัดวางผังเมืองที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์ไม่ได้รับการยอมรับ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงโดยปรับสภาพไปตามสถานการณ์ของความเป็นไปได้ที่จะไม่ตอบสนองต่ออนาคตที่ตั้งไว้

คำถามสรุปก็คือ เราจะมีผังเมืองไว้หรือออกแบบเมืองกันไว้เพื่ออะไร เพราะทั้งๆ ที่มีผังแล้วกลับก็ไม่ทำตามผังที่ตนเองกำหนดไว้

นายช่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน