โลดแล่นอยู่วงการบันเทิงมาเกือบ 20 ปี สลับบทบาทเล่นทั้งร้ายและดี สำหรับนักแสดงสาวตัวแม่ ‘บี’ น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ ล่าสุดฟาดบทร้ายในละคร “พิษรักรอยอดีต” ทางช่องวัน 31 เชือดเฉือนนางเอกรุ่นน้อง ‘มารี เบรินเนอร์’
วันนี้โอกาสดี ได้จับเข่าคุยกับสาว ‘บี น้ำทิพย์’ ทั้งบทบาทการแสดง และประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาในวงการ รวมถึงเรื่องราวของหัวใจ
บทในละคร “พิษรักรอยอดีต” เป็นอย่างไร?
บี – “เรื่องนี้เป็นตัวร้ายเลยค่ะ ผู้ใหญ่อาจจะเล็งเห็นว่าบีเคยเล่นกับมารีมาแล้ว มาเรื่องนี้ก็สลับบทกัน บีเป็นร้ายบ้าง มารีก็เป็นตัวดี เป็นปกติของบีเพราะเคยเล่นทั้งบทร้ายและตัวดีมาก่อน ในเรื่อง รับบท นิสา เป็นคนโลภมาก อยากได้สมบัติของเขา กะฮุบสมบัติเขาแล้วหนีไป แต่โชคร้ายเขาจับได้ ความแตก ก็เลย เกิดการฆาตกรรม พอก้าวเท้าเข้าไปแล้วไม่สามารถปล่อยคนอื่นไปได้ สุดท้ายก็ต้องฆ่าหมดทั้งบ้าน”
เหมือนตอนแรกดู ‘อาร์ต พศุตม์’ ที่รับบท ‘เฟย’ จะร้ายที่สุด แต่กลายเป็น ‘นิสา’?
บี – “นิสาร้ายที่สุด เป็นคนวางแผน ทุกอย่างว่าจะฮุบสมบัติเขามาด้วยการ ให้แฟนเราไปหลอกผิง (มารี เบรินเนอร์) เพื่อเอาสมบัติเขามาแล้วหนี แต่เกิด ผิดพลาดมีคนตาย มันเหมือนทำไปแล้ว ก็ต้องทำเลย”
เรื่องนี้แตกต่างจากที่เคยเล่นอย่างไร?
บี – “ไม่เคยเล่นบทที่ตอนแรก เหมือนใสๆ แต่สุดท้ายเป็นคนวางแผน แล้วฆ่าคนไปเรื่อยๆ คนตายเกือบทั้งเรื่อง แล้วตอนจบก็มีคนตายค่ะ เป็นละครฆาตกรรมมากกว่า (หัวเราะ)”
เลิฟซีนเยอะไหม?
บี – “มีนะคะ แต่ถ้าเป็นเลิฟซีนส่วนใหญ่ของบีจะใช้มุมกล้อง จะมีน้องที่เล่นเป็นหลิว (อาหลี อัฐริญญา) ที่เขาต้องจูบกับอาร์ต (พศุตม์) จริงๆ ในเรื่อง ตอนถ่าย เขาจูบกันนัวมาก หลังจากนั้นบีต้อง เข้าฉากเลิฟซีนกับอาร์ต บีก็บอกว่า ‘แกห้ามจูบฉันจริงนะ ฉันตบ (หัวเราะ)’ คือเรื่องเลิฟซีน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ สำหรับบีนะ เอาพอประมาณก็รู้เรื่องแล้ว อีกอย่างในฐานะที่เราเป็นทั้งคนแสดงและคนดูด้วย บางทีบีก็มองว่า ไม่ต้องขนาดนั้น นิดหน่อยก็รู้เรื่องแล้ว เล่าเรื่องได้ แต่ถ้าฉากไหนที่สมควรต้องจูบจริงก็ว่ากันไป”
อาร์ตตกใจไหมเจอเราเบรกแบบนี้?
บี – “คือเราก็ต้องบอกกันก่อน แต่ ไม่ได้พูดแบบขู่นะ พูดกันเล่นๆ ซึ่งทุกคนจะรู้ ถามว่ายากไหมกับเลิฟซีน ไม่ยากเลย เพราะเราอยู่วงการมานาน รู้ว่ามุมไหนได้ มุมไหนไม่ได้”
กลับมาร่วมงานกับ ‘มารี เบรินเนอร์’ อีกครั้งเป็นอย่างไรบ้าง?
บี – “บีไม่ได้เข้าฉากกับน้องเยอะเท่า อาร์ต เพราะในเรื่องเขาเป็นสามีภรรยากัน ฉากแก้แค้นเขาจะเจอกันเยอะมาก ส่วนบีเจอแบบกะปริดกะปรอย บีจะเป็นตัวที่คอยแอบดูเฉยๆ อินเสิร์ตว่าเขาทำอะไรกัน (หัวเราะ) จริงๆ ก็มีบ้างที่ปะทะกัน แต่น้อย แล้วในเรื่องเหมือนเขาปลอมตัวมา เพราะฉะนั้นมันจะไม่ค่อย มีฉากที่เขาดุดันกับเรา แต่มันจะมี ฉากที่เขาต้องไปขู่อาร์ต”
ช่วงที่ ถ่ายทำกังวลไหม เพราะโควิดก็หนักอยู่?
บี – “ช่วงแรกๆ กังวล แต่เราเซฟตัวเอง มีวิธีดูแลตัวเอง ไม่ไปเที่ยว แต่เราก็ไม่ค่อย ว่างด้วย เพราะถ่ายละคร 2 เรื่อง ไม่มีเวลาไปไหนเลย ถ้าจะติดก็คงติดจากกอง นี่แหละ (หัวเราะ) แต่ที่กองดูแลดีมาก ไม่ให้ เอาอาหารเข้ากอง ตรวจพีซีอาร์ทุกวีก ตรวจ เอทีเคอีก สัปดาห์ละ 2 รอบ เลยค่อนข้างมั่นใจ แล้วทีมงานใส่แมสก์ตลอด แต่ก็จะเหนื่อย เหมือนกัน อย่างเวลาบล็อกกิ้ง อากาศ เมืองไทยร้อน ใส่แมสก์แล้วหายใจไม่ออกก็มี บางทีเล่นแล้วรู้สึกเหนื่อย แล้วเล่นเป็นตัวร้ายต้องใช้แรงเยอะ ซึ่งตอนนี้ก็ยังถ่ายอยู่ เหลือไม่มากแล้วค่ะ”
อีกเรื่องที่ถ่ายอยู่คือเรื่องอะไร?
บี – “เรื่อง รักสุดท้ายยัยจอมเหวี่ยง เพิ่งปิดไปเลย เรื่องนี้เป็นอีกคาแร็กเตอร์ ต่างกันสุดขั้ว ก็เล่น เรื่องหนึ่งร้าย อีกเรื่องหนึ่งดี แต่เรื่องที่เล่นเป็นคนดีก็เป็นคนขี้เหวี่ยงขี้วีน แล้ว เรื่องนั้นพูดเยอะมาก ใช้เอ็นเนอร์จีเยอะ มากเหมือนกัน ปีนี้ ก็มีละคร 2 เรื่องที่ ถ่ายไป และกำลังจะมีอีกเรื่องหนึ่ง เปิดช่วงกลางๆ ปีมั้งคะ”
อยู่วงการมาเกือบ 20 ปี เจออะไรมาเยอะมาก?
บี – “ใช่ค่ะ ตั้งแต่เล็กจนโต (หัวเราะ) ถึงตอนนี้ภูมิต้านทานเราแข็งแกร่งมาก แต่ตอนเด็กๆ ก็มีช่วงที่เครียด มีเรื่องที่ทำให้สะเทือนใจ เครียดจนป่วย ผอม ตอนเด็กๆ ข่าวมีเยอะมาก ตอนโตก็โดนนะ ตอนเด็กๆ มีเรื่องปาร์ตี้มั่วยา ขายตัว แย่งแฟนคนอื่น มีภาพโป๊ตัดต่อ โชคดีว่าโซเชี่ยลไม่รุนแรงเท่าตอนนี้ พอในยุคนี้มันก็ทำให้เราต้องปรับตัว ทุกอย่างเร็วมาก โซเชี่ยลมันเยอะมาก เราก็เลือกที่จะรับ หรือไม่รับ รับในที่นี้คือถ้ามันจริงบีจะขอโทษ แต่ถ้าไม่จริงก็จะไม่สน เราใช้สมองเลือกรับในสิ่งที่ดีได้ สิ่งที่ไม่ดีเรา ก็ไม่ต้องไปแคร์”
อดีตสอนให้เราแข็งแกร่ง?
บี – “ใช่ค่ะ เพราะเราเจอคนมาเยอะ วงการคนมันหลากหลาย มีทั้งคน ที่ดีและไม่ดี พบเจอทั้งสองแบบ คนที่ดีเราก็คบต่อไป คนที่ไม่ดีเราก็เลิกคบ ตัดไปเลย เราไม่ได้ คบคนเพราะต้องการคอนเน็กชั่น เพราะเขารวย เพราะเขาจะให้ผลประโยชน์ ไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ใช่คนที่เลือก คบคนเพราะความรวยความจน แต่ เลือกคบคนเพราะจิตใจ อย่างเช่น เพื่อนแก๊งดำน้ำ บางคนเราไม่รู้หรอกว่าเขาทำงานอะไร เราไม่สน แค่รู้สึกว่าคุยแล้ว เขามีความจริงใจ ไม่ใช่มาเฟกว่ารู้จักบี น้ำทิพย์ ถ้าแบบนั้นจะไม่ยุ่งเลย เพื่อนเราก็ สกรีนประมาณนึง”
พูดถึงเรื่องดำน้ำ ขอย้อนถามเรื่อง ครั้งก่อนที่มีผู้หญิงคนนึงบอกว่าเราไปแย่ง แฟนเขาที่เป็นแก๊งดำน้ำนี้?
บี – “เป็นอย่างที่เขียนเลย มันเป็นเรื่อง แอ๊กซิเดนต์ บีก็ไม่อยากไปพูดเรื่องของเขา เพราะเขาไม่ได้อยู่ในวงการ เขามีเรื่องอะไรกัน ต่อให้เรารู้ ก็ไม่มีสิทธิ์ไปพูดว่าเขาเลิกกันเพราะอะไร เพราะฉะนั้นใครจะมองอย่างไร ก็แล้วแต่ บางคนอาจจะเชื่อข่าว แต่อยากบอกว่าทุกอย่าง มี 2 ด้านเสมอ บีเจอข่าวอะไรมาเยอะมาก ข่าวแย่งแฟนคนอื่นตอนเด็กๆ ก็เจอ แต่ถ้าไม่เป็นความจริง เราก็ไม่ต้องแคร์ ถือว่าเราได้พูดไปแล้ว ส่วนใครจะเชื่อเรื่องไทม์ไลน์หรืออะไรก็แล้วแต่ เป็นสิทธิ์ของเขา เรามั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น”
ยังคุยกันอยู่ไหม?
บี – “คุยเป็นเพื่อนค่ะ”
เหมือนเวลาก็พิสูจน์ตัวเรากับเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นได้แล้ว?
บี – “คือเรื่องไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่มาพูดให้เป็นอย่างนั้น ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร เราก็ตอบไม่ได้ มันเป็นเรื่องของคนสองคน การที่เขาจะเลิกกัน หรือเขาจะเลิกกันด้วยอะไร ไม่ใช่สิทธิ์ที่เราจะพูด มันเป็นเรื่องของเขา”
ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นก็ยังเป็นเพื่อนเราอยู่?
บี – “เป็นเพื่อนค่ะ เขาเป็นคนดีนะคะ”
แต่ตอนนั้นโดนขุดไทม์ไลน์เยอะมาก?
บี – “อย่างที่บอกโซเชี่ยลมันเร็ว บีโดนตั้งแต่เด็กๆ โซเชี่ยลไม่แรง โดนเรื่องของเดอะเฟซฯ โดนคนเข้ามาด่าเป็นหมื่นๆ โดนด่าพ่อแม่ โดนเยอะมาก เราก็อยู่ได้ สำหรับบีมองว่าถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ ไม่จำเป็นต้องแคร์ แล้วมันก็เป็นอย่างนี้ มาตั้งแต่เด็กจนโต เพราะเราคิดอย่างนี้ แต่เรื่องอะไรที่เป็นจริงเราจะยอมรับ แต่ถ้า ไม่เป็นจริงเราจะปล่อยวาง เลือกรับในสิ่ง ที่ดี ถ้าอันไหนไม่จริงไม่ดีก็ปล่อยไป แล้วบีเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง”
บางคนจะมองว่าเราแรง?
บี – “คนที่รู้จักบีจริงๆ จะรู้ว่าบีไม่ใช่ คนแบบนั้น แต่คนที่ไม่รู้จักอาจมองว่าบี น้ำทิพย์ ดูแรง ดูหยิ่ง ดูเชิด ดูดุ แต่ถ้ารู้จัก จะรู้ว่าบีไม่ใช่คนดุ ไม่ใช่คนแรง ถามเพื่อนๆ ก็ได้ หรือน้องๆ แฟนคลับที่พอมารู้จักบีจริงๆ เขาจะรู้ว่าพี่บีโคตรชิล”
หนุ่มๆ กลัวไหม?
บี – “อุ้ย ก็มีคนคุย แต่เราไม่ได้ชอบเปิดเรื่องผู้ชาย เพราะไม่ใช่เรื่องหลักในชีวิต เรื่องหลักคือการทำงาน หาตังค์ ยุคนี้แล้วทำงานดีกว่า ไม่เคยมีแฟนแล้วต้องไปเกาะแฟนกิน ทุกบาททุกสตางค์ที่หา มาได้ ของทุกอย่างที่ซื้อเป็นเงินเราหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่โฟกัสให้ชีวิตเราดีคือการทำงาน เรื่องความรักเป็นเรื่องรองค่ะ ถ้าจะเปิดคือแต่งงานเลย แต่เปิด ในที่นี้ไม่ใช่ต้องโพนทะนาบอกว่าฉันจะแต่งงานจะจัดงานใหญ่ๆ คือของ บีหมอดูทักด้วยว่าถ้าจะมีแฟนหรือเรื่องแต่งงานไม่ต้องเอิกเกริก เงียบๆ เบาๆ จะดีกว่า ซึ่งก็จริง เพราะที่ผ่านมาพอเปิดปุ๊บ คนเริ่มรู้จักผู้ชายปั๊บ เลิก มันต้องมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้เลิก”
เรียกว่าโดนเปิดวาร์ปประวัติแฟนเราตลอด?
บี – “จริง แล้วก็จะบอกว่าคนนั้นเป็นไฮโซ คนนี้เป็นไฮโซ ซึ่งเราเป็นคนค่อนข้างสันโดษ ไม่ใช่คนที่ใช้ชีวิตหรูเริด และก็ไม่ชอบให้ใคร มาเรียกแฟนเราว่าไฮโซ มันไม่จริง ชีวิตก็คนปกติ แค่เขาเป็นคนที่ทำงานแล้วได้เงินเยอะ มีเงินจากที่เขาทำงานเหนื่อยทำงานหนัก แต่คนไปเรียกเขาแบบนั้น ก็ไม่ถูกต้อง เรื่องความรักบีอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัวดีกว่า มันเป็นเรื่องความสบายใจของคนสองคน”
“มีหมอดูทักว่าชีวิตเป็นคนที่มีคู่ยาก ถ้าจะมีคู่ต้องเงียบๆ เขาก็บอกว่าสังเกตดูซิ เปิดปุ๊บมีปัญหาปั๊บ ต้องมีคนมาวุ่นวาย ขอแบบเงียบๆ ถ้าใช่ก็คือใช่ แต่ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไรค่ะ”
อนงค์ จันทร
