กองทุนน้ำมันฯ ติดตามสถานการณ์น้ำมันโลก เตรียมดีเดย์ 1 พ.ค. เลิกตรึงราคาขายปลีกดีเซล 30 บาท ทยอยปรับขึ้นแบบรัฐอุ้มครึ่งหนึ่ง พร้อมปรับเพดานตรึงราคาใหม่ รื้อแผนรองรับวิกฤตเหลือ 3 ปี คาดได้ข้อสรุปก.ค.-ส.ค.นี้
นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กล่าวว่า กองทุนได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งจาก การศึกษาทิศทางราคาน้ำมันเป็นไปได้ทั้งขึ้นและลง ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่หลังจากวันที่ 30 เม.ย.ที่จะ สิ้นสุดมาตรการตรึงราคาขายปลีกดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร หากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับขึ้น กองทุนจะลดการอุดหนุนราคาขายปลีกดีเซลด้วยการปรับขึ้นแบบขั้นบันได แต่จะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลก
“ปัจจุบันรัฐอุดหนุนดีเซล 8.90 บาท/ลิตร หากรัฐ ไม่ตรึงราคาดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร ราคาขายปลีกดีเซลจะอยู่ที่ 38 บาท/ลิตร ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดมีมติให้รัฐเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาดีเซลปรับขึ้นครึ่งหนึ่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ดังนั้น นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2565 หากราคาน้ำมัน ตลาดโลกปรับขึ้น กองทุนจะลดการอุดหนุนดีเซลลง ครึ่งหนึ่งเหลือ 4 บาท ทำให้ราคาขายปลีกดีเซลจะอยู่ที่ 34 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 4 บาท จากปัจจุบันไม่เกิน 30 บาท/ลิตร แต่รัฐจะไม่ปรับขึ้นครั้งเดียว 4 บาท โดยจะทยอยปรับขึ้นทีละสเต็ปไม่ให้กระชาก”
ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงอยู่ในระดับ ต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็อยากทำความเข้าใจกับประชาชนว่าราคาน้ำมันดีเซลในช่วงแรกอาจไม่ได้ ลดลงจาก 30 บาท/ลิตรมากนัก หรือจะให้ลงมาที่ 25 บาท/ลิตรทันทีก็คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องเก็บเงินเข้ากองทุนไว้ใช้จ่ายในยามวิกฤต ซึ่งล่าสุดกองทุนมีเงิน เข้าระบบเดือนละกว่า 2,000 ล้านบาท แต่ต้องจ่าย เดือนละกว่า 20,000 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ วันที่ 3 เม.ย. 2565 กองทุนติดลบ 42,407 ล้านบาท
นอกจากนี้ กองทุนอยู่ระหว่างทบทวนแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงปี 2563-67 โดยได้หารือกับกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสศช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลปรับแผนรองรับวิกฤต 3 ปี จาก 5 ปี คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนก.ค.-ส.ค.นี้