เยือนวัดพุทธนิมิต(ภูค่าว) ขอพรพระพุทธรูปโบราณ
ข่าวสดพระเครื่อง
“วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว)” ตั้งอยู่บ้านนาสีนวล ต.สหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เนื้อที่รวม 222 ไร่
ภายในวัดอุดมไปด้วยแมกไม้น้อยใหญ่นานาพรรณ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า นานาชนิด
สำหรับคำว่า ค่าว เป็นภาษาอีสานหมายถึง เชือกเส้นใหญ่ๆ เช่น เชือกค่าว และหมายถึงรูปร่างภูเขาลูกนี้
เมื่อวัดตั้งอยู่บนเนินเขาแห่งนี้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “วัดภูค่าว”
ผู้ที่บุกเบิกก่อสร้างวัดแห่งนี้ คือ หลวงพ่อณรงค์ ชยมังคโล เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนัก ท่องเที่ยวอันดับต้นของ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์
เนื่องจากมีพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ตะแคงซ้าย แกะสลักจากหินอายุ นับพันปี ประดิษฐานอยู่ที่บริเวณใต้เพิงหินด้านทิศตะวันตกของวัด นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่คู่ชุมชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน
ในวันปกติ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งใน และนอกพื้นที่ เดินทางเข้ามากราบไหว้ขอพรพระพุทธไสยาสน์ศักดิ์สิทธิ์องค์นี้จำนวนมาก
ความพิเศษของพระพุทธรูปองค์นี้ คือ ตะแคงซ้ายและไม่มีเกตุมาลา จึงมีความ แตกต่างจากพระพุทธรูปโบราณยุคสมัยต่างๆ ที่เคยพบมา นักวิชาการสันนิษฐานว่า พระพุทธ รูปองค์นี้น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของพระมหา โมคคัลลานะ พระอัครมหาสาวกเบื้องซ้ายองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตำนานพื้นบ้านกล่าวถึงการก่อสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ว่า เมื่อครั้งสมัยพระเจ้า ศรีโคตรบูรณ์ พ.ศ.8 มีการสร้างพระธาตุพนม ได้สั่งให้หัวเมืองต่างๆ นำสมบัติมีค่ามา ร่วมสมโภช หัวเมืองทางเขมรต่ำ ได้ให้นายสา เป็นหัวหน้าคณะ
แต่เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณภูค่าว ทราบข่าวว่ามีการสมโภชพระธาตุพนมเรียบร้อยแล้ว จึงฝังสมบัติและแกะสลักพระมหาโมคคัลลานะ อิริยาบถตะแคงซ้ายหันเศียรไปทางพระธาตุพนม เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ในองค์พระธาตุพนม
ภายในวัดยังมีเสนาสนะและถาวรวัตถุที่สวยงาม อาทิ อุโบสถไม้ เมื่อเลี้ยวผ่านเข้าประตูวัด จะเห็นอุโบสถหลังนี้ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือ เป็นอุโบสถที่มีความสวยงามสร้างจากไม้ขนาดใหญ่ เสาไม้ซุง 40 ต้น โดยเป็นไม้ที่จมน้ำตายใต้เขื่อนลำปาว รวมทั้งไม้จากในท้องถิ่น อาทิ ไม้ประดู่ ไม้จิก ไม้แคนหิน เป็นต้น ลงมือก่อสร้างในปี พ.ศ.2540 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2542 ใช้งบก่อสร้างกว่า 42 ล้านบาท
ศิลปะของอุโบสถไม้หลังนี้ประยุกต์ผสมผสานระหว่างศิลปะภาคกลางและล้านนาเรียกว่าอุโบสถเปิด โดยมีหลังคาจั่วซ้อนกันสามชั้น บริเวณหน้าบันเป็นไม้แกะสลักพุทธประวัติประทับนั่งอยู่ในป่าแวดล้อมด้วยสัตว์ต่างๆ
ส่วนที่บานประตูหน้าต่างด้านนอกจะแกะสลักเป็นเรื่องทศชาติ ที่ด้านในแกะสลักเรื่องพุทธประวัติ
พระประธานประจำอุโบสถเป็นพระพุทธรูป ขัดสมาธิเพชรหน้าตัก 109 นิ้ว โดยช่างที่ก่อสร้างอุโบสถหลังนี้เป็นทีมช่างจากภาคเหนือ ที่มีความชำนาญเรื่องไม้ ผลงานจึงสวยงามวิจิตรบรรจง
ที่บริเวณด้านข้างอุโบสถไม้ จะเห็นพระมหาธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ สร้างจากหินทราย มีความสูง 80 เมตร กว้าง 45×45 เมตร ใช้งบก่อสร้างกว่า 324 ล้านบาท ส่วนยอดมหาธาตุเจดีย์ ทำด้วยทองคำหนัก 39 กิโลกรัม รวมทั้งบรรจุอัญมณีมูลค่ามหาศาลจากผู้มีจิตศรัทธา
ภายในพระมหาเจดีย์มีระเบียง ด้านบนจะประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณหลายยุคหลายสมัย ส่วนด้านล่างประดิษฐานพระพุทธรูปหินสลัก 129 องค์
ที่บริเวณกลางเจดีย์สำคัญที่สุด คือ มณฑปไม้โลงเลง เป็นไม้ เนื้อหอมชนิดหนึ่งจากประเทศ สปป.ลาว เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ และพระอริยสงฆ์ธาตุ
ที่บริเวณด้านข้างขององค์พระมหาธาตุเจดีย์ ยังมีปฏิมากรรมลอยตัวขนาดใหญ่รูปของสัมมาสัมพุทธเจ้าสี่อิริยาบถ แกะสลักจากหินสวยงามอลังการเช่นกัน โดยฝีมือช่างจากทางอีสานใต้ ที่เชี่ยวชาญการแกะสลักหิน
อีกสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจ เมื่อเข้ามาเที่ยวชมวัดแห่งนี้ คือ พิพิธภัณฑ์พระเครื่อง หรือศาลาสังฆนิมิต ภายในจัดแสดงวัตถุมงคล ทรัพย์สินมีค่า ของเก่าของโบราณหลายอย่าง อาทิ พระเครื่อง พระบูชา พระพิมพ์สมเด็จเนื้อผง พระกรุ รูปเหมือนพระคณาจารย์ ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ เป็นต้น จัดแสดงไว้ในตู้ รวมทั้งประดับตกแต่งไว้ที่บริเวณผนังทุกด้าน
ผู้มีโอกาสเดินทางผ่าน จ.กาฬสินธุ์ ไม่ควรพลาดเดินทางไปยังวัดภูค่าว อยู่ห่างจากตัว อ.สหัสขันธ์ ประมาณ 7 กิโลเมตร และอยู่ห่างจาก จ.กาฬสินธุ์ ประมาณ 40 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น
การคมนาคมสะดวกถนนลาดยางตลอดสาย
