หลวงปู่ม่น ธัมมจิณโณ วัดเนินตามาก จังหวัดชลบุรี

อริยะโลกที่6

วันเสาร์ที่ 16 เม.ย.2565 น้อมรำลึกครบรอบ 112 ปี ชาตกาล “พระครูสุจิณธรรมวิมล” หรือ “หลวงปู่ม่น ธัมมจิณโณ” อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดเนินตามาก ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พระเกจิชื่อดังที่ชาวพนัสนิคม ให้ความเลื่อมใสศรัทธากันมาก

มีนามเดิม ม่น นามสกุล วิญญาณ เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 5 ปีจอ ตรงกับวันที่ 16 เม.ย.2453 บิดาชื่อ มา มารดาชื่อ แดง มีพี่น้องรวม 3 คน

ในวัยเยาว์ บิดามารดานำไปฝากเรียนกับพระที่วัดใกล้บ้าน ศึกษาอักขรสมัย เนื่องจากเป็นผู้มีจิตใจอ่อนโยน โอบอ้อมอารี สนใจใฝ่เรียน มีความพยายามและอดทนเป็นเยี่ยม ทำให้พระอาจารย์ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้อย่างเต็มกำลัง จนมีความรู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น ด้านอักษร การแพทย์แผนโบราณ และการช่าง

เนื่องจากเป็นบุตรชายคนเดียว จึงเป็นความรับผิดชอบช่วยเหลือบิดามารดาทำให้ครอบครัวมีฐานะมั่นคงในเวลาต่อมา มีที่นาทำกินเป็นของตนเองพอสมควร

จนกระทั่งอายุ 29 ปี จึงได้ขอบรรพชาอุปสมบท ในวันเสาร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 ตรงกับวันที่ 9 เม.ย.2481 ที่พัทธสีมาวัดโคกเพลาะ ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดยมีพระครูสังวรศีลาจารย์ วัดหลวง พรหมาวาส ต.วัดหลวง อ.พนัสนิคม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูพิพัฒน์ธรรมคุณ วัดโบสถ์ ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูอาจารย์สุนทร วัดโคกเพลาะ ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้นามฉายาว่า “ธัมมจิณโณ”

หลังอุปสมบทได้พำนักที่วัดโคกเพลาะระยะหนึ่ง จึงได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดเนิน ตามาก เริ่มศึกษาเล่าเรียนคันถธุระและวิปัสสนาธุระอย่างจริงจัง เป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัยตั้งแต่เริ่มอุปสมบท ศึกษา ปริยัติธรรม เข้าสอบนักธรรมชั้นตรี ชั้นโท ตามลำดับ มีความสามารถในการจำและสวดพระปาติโมกข์ได้ จนมาค้นคว้าด้วยตนเอง ฝึกการปฏิบัติจิตและกัมมัฏฐาน เมื่ออุปสมบทได้ 5 พรรษาจึงได้ออกธุดงค์ไปตามสถาน ที่ต่างๆ เช่น พระพุทธบาท สระบุรี วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นต้น

ท่านเล่าว่าไปศึกษาวิชาธรรมกายกับห ลวงพ่อสด วัดปากน้ำ แต่เมื่อปฏิบัติได้ 7 วัน ท่านบอกว่าไม่ถูกกับจริตเลยขอลาไปที่อื่น ต่อมาภายหลังท่านได้ฝากตนเป็นศิษย์ พระสมุห์ บุญยิ่ง วิริโย ที่วัดเขาบางพระ อ.ศรีราชา รับคำแนะนำสั่งสอนในการปฏิบัติอันเป็นไปด้วยธาตุและจริตเป็นหนึ่งเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาด้านเวชกรรมจากพระสมุห์บุญยิ่งเพิ่มเติมจนมีความเชี่ยวชาญ ต่อมาพระสมุห์บุญยิ่งได้ชักชวนออกธุดงค์หาสถานที่วิเวก เป็นสัปปายะ จนได้พบถ้ำจักรพงศ์ บนเกาะสีชัง ทั้งอาจารย์และศิษย์จึงได้พำนักอยู่ที่แห่งนี้ จนหลวงปู่ม่นเกิดความก้าวหน้าทางจิตเป็นอย่างมาก

พ.ศ.2490 พระอธิการกี่ เจ้าอาวาสวัดเนินตามากได้ลาสิกขา ทางคณะสงฆ์และอุบาสก อุบาสิกาได้มาอาราธนานิมนต์หลวงปู่ม่นกลับไปเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัด สั่งสอนภิกษุ สามเณร และอุบาสก อุบาสิกาสืบต่อไป เมื่อหลวงปู่ม่นเป็นเจ้าอาวาส ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทำนุบำรุงวัดเนินตามากให้เจริญรุ่งเรือง สร้างถาวรวัตถุ เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ วิหาร ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาท้องถิ่น ทำถนน ไฟฟ้า สร้างโรงเรียน ตั้งกองทุนมูลนิธิต่างๆ ให้การศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณร สอนนักธรรม พระนวกะ ส่งเข้าสอบนักธรรมสนามหลวงทุกปี เป็นที่เคารพศรัทธาของบรรดาศิษย์ เสียสละ สร้างคุณงามความดีให้แก่พระพุทธศาสนาและท้องถิ่น

พ.ศ.2529 ได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์พระครูชั้นสัญญาบัตรที่พระครูสุจิณธรรมวิมล พ.ศ.2533 อาพาธด้วยโรคอัมพฤกษ์ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพนัสนิคม เกือบหาย เป็นปกติ จึงกลับมาพักฟื้นที่วัด จนกระทั่งปี พ.ศ.2537 ท่านอาพาธหนักอีกครั้ง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวช กรุงเทพฯ เป็นเวลาถึง 8 เดือน จึงสามารถกลับมาอยู่วัด

หลังจากนั้นท่านก็อาพาธเป็นๆ หายๆ เข้าออกโรงพยาบาลสมิติเวช

กระทั่งมรณภาพด้วยอาการสงบ ที่ โรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค.2541 เวลา 18.00 น.

สิริอายุ 88 ปี 5 เดือน 24 วัน พรรษา 60

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน