หลังร่ายบท ‘หมื่นไมล์’ หนุ่มคลั่งรักในละคร “ซ่านเสน่หา” ทางช่อง 3 จนแฟนๆ ติดใจแล้ว พระเอกหนุ่ม ‘เต้ย’ พงศกร เมตตาริกานนท์ ก็มาอัพเดตชีวิตในช่วงนี้ให้ฟัง

อัพเดตชีวิตช่วงนี้หน่อย?
เต้ย – “ตอนนี้ละครซ่านเสน่หา ที่เล่นกับ มิ้นต์ (ชาลิดา) ถ่ายจบแล้ว และอาทิตย์ที่แล้วเพิ่งจบเรื่องบุพเพร้อยร้าย ไป เล่นกับพี่เชียร์ (ฑิฆัมพร) และตอนนี้ทำธุรกิจร้านชาผลไม้ Me Tea อยู่อารีย์ ซอย 4 หุ้นกับน้องสาวและน้องชาย เป็นธุรกิจพี่น้อง ซื้อแฟรนไชส์มาจากประเทศจีน ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยชอบกินชานะ แต่น้องสาวเป็นคนหามา พอไปชิมก็แปลกดี เพราะผมเคยชิมชาไข่มุกชาอะไรมาเยอะแล้ว แต่อันนี้เป็นชาจีนเอามามิกซ์กับ ผลไม้มันเข้ากันลงตัว และเป็นเมนูที่ค่อนข้างรักสุขภาพ”

ทำสวนกระแสโควิดเลย?
เต้ย – “เราเน้นเดลิเวอรี่และมีหน้าร้านด้วย การจะเปิดร้านชา-กาแฟ เราต้องทำเองเป็นทุกเมนู ต้องไปเรียนไปเวิร์กช็อปก่อนจะมาเปิดร้าน ก็ลงทุนกับน้องไประดับนึงครับ ที่ตัดสินใจลงทุน คือมันว่าง เพราะตอนนั้นโควิด ไม่ได้ถ่ายละครยาว 5-6 เดือน ก็คิดวางแผนว่าถ้าเป็นแบบนี้อีกรอบจะทำยังไง เลยคิดมาเปิดตรงนี้ ก็อยากใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์”

“และช่วงนี้ผมก็มีไปตีกอล์ฟบ้าง ไปแข่งบ้าง อยากลงแข่งจริงจัง แต่ไม่ถึงกับระดับทีมชาติ เอาแค่เป็นโปรให้ได้ก่อน เราเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ตอนนี้ถ้าว่างก็อยากไปสานฝัน อยากเป็นโปรก็มาสายเดียวกับ พี่ปั้นจั่น (ปรมะ) ครับ ตอนนี้เพื่อนผมที่เล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เขาเป็นโปรกันเยอะแล้ว ก็อยากเป็นบ้าง เพราะเราอุตส่าห์สะสมแต้มบุญมาตั้งแต่เด็ก”

เห็นลงรูปโชว์รูปร่าง ต้องดูแลสุขภาพร่างกายขนาดไหน?
เต้ย – “ต้องดูแลคุมเรื่องอาหาร เข้ายิมด้วย วิ่งด้วย ต้องดูแลตัวเองตลอดครับ เพราะละครที่ถ่ายอยู่มีถอดเสื้อค่อนข้างเยอะ อย่าง ซ่านเสน่หา ก็ถอด บุพเพร้อยร้ายก็ถอดเยอะ แต่ไม่ค่อยได้ ถ่ายรูปถอดเสื้อลง รูปล่าสุดที่ถอดเสื้อนอนอยู่บนเตียงคือถ่ายละคร แสงสวยดีก็เลยถ่าย”

บุพเพร้อยร้ายได้กลับมาเจอเชียร์ (ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์) อีกครั้ง?
เต้ย – “สนุกครับ แต่ละคนได้ไปหาประสบการณ์ พี่เชียร์เก่งอยู่แล้ว เหมือนกลับมาครั้งนี้เราก็ได้ประสบการณ์มากขึ้น มาเจอกันในอีกบทบาทนึงที่ไม่เหมือนเรื่องซ่อนรักกามเทพ เรื่องนี้ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน เป็นโรแมนติกคอมเมดี้ เล่นแล้วสนุกท้าทายดี เพราะคอมเมดี้เป็นอะไรที่ยาก กลับมาเจอกันในรอบ 3 ปี เรื่องเคมีต้องให้คนดูเป็นคนตัดสิน เพราะผมกับพี่เชียร์ก็ทำเต็มที่อยู่แล้ว”

ก่อนหน้านี้มีดราม่าคู่เรา เพราะเชียร์ก็มีแฟนตัวจริงแล้ว?
เต้ย – “ถ้าให้พูดตรงๆ ก็มีแฟนคลับที่จิ้นว่าต้องเป็นแฟนกับคนนี้ๆ นะ แต่อยากให้เขาสนับสนุนเราที่ผลงานดีกว่า พี่เชียร์เขามีแฟนของเขาแล้ว ก็ไม่เห็นเป็นไร เราก็สามารถมาเล่นละครด้วยกันและมอบความสุขให้แฟนๆ ได้”

เคยคุยกับเชียร์ไหมว่าพอกลับมาแล้วจะเป็นยังไง?
เต้ย – “มีแต่คุยว่ามีดราม่าไหม เขาก็บอกว่าต้องทำใจ เพราะมีคนรักก็ต้องมีคนไม่ชอบ เราทำสิ่งที่เรามีความสุข มันก็เหมือนคัดกรองเหลือแต่คนที่รักเราจริงๆ ไม่ใช่รักเราเพราะต้องการควบคุมเรา คอนโทรลเราเหมือนที่เขาต้องการทั้งๆ ที่เราไม่มีความสุข ก็อยู่กับคนที่รักเราและสนับสนุนเรา ที่เราทำแล้วเรามีความสุขด้วย เรารักด้วย เขาก็รักด้วย มันจะอยู่ด้วยกันได้นาน”

แสดงว่าเราไม่กดดัน ไม่ต้องเซอร์วิสแฟนคลับเพื่อให้ต้องมารักคู่เรา?
เต้ย – “ใช่ครับ เราทำทุกอย่างตั้งแต่เล่นกันครั้งแรก ทุกอย่างเราทำออกมาด้วยใจจริงๆ ไม่ได้เฟก”

แล้วความรักของเราล่ะ?
เต้ย – “ก็มีคนเข้ามาครับ แต่เรายังโฟกัสเรื่องงานก่อน กับคนนี้เป็นคนนอกวงการ ขอให้ทุกอย่างเคลียร์ก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยออกมาบอก เหมือนพวกพี่บอย (ปกรณ์) พี่อาเล็ก (ธีรเดช) ที่เขาคลั่งรักอยู่ตอนนี้แหละ (หัวเราะ)”

คนที่จะชนะใจเราได้ต้องเป็นคนแบบไหน?
เต้ย – “ต้องเป็นคนที่รักครอบครัวเรา ครอบครัวเราก็ต้องรักเขา และต้องเป็นคนที่เข้าใจเราด้วย เพราะเราทำงานแบบนี้ เราเองก็ต้องเข้าใจเขาด้วยเหมือนกัน ต่างยอมรับข้อดีข้อเสียของกันและกัน จริงๆ ผมไม่มีสเป๊กนะ สเป๊กคือสิ่งที่อาจจะวาดฝันนู่นนี่นั่น แต่พอมาชีวิตจริงค่อนข้างยากที่จะได้แบบนั้น ขอคนที่รักเรา รักครอบครัวเราดีกว่า”

คิดว่าต้องใช้เวลาดูใจอีกนานไหมกว่าจะออกมาบอกว่าเป็นคน คลั่งรัก?
เต้ย – “เราต้องตัดสินใจให้ดี เพราะการจะบอกคบใครสักคน เราเป็นคนสาธารณะ ถ้าบอกไปคนๆ นั้นจะอยู่ในสื่อด้วย บางทีเขาอาจจะไม่อยากเปิดเผยตัวตนก็ได้ ซึ่งก็จะมีคนมาขุดคุ้ย ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น”

วีรนุช จันทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน