เมื่อคนอินเดียเห็นพระสงฆ์ไทย…

ฝึกจิต

ในช่วงหน้าร้อนนี้ ผู้เขียนยังอยู่ที่ประเทศอินเดีย จึงได้เดินทางไปในพุทธสถานหลากหลายแห่ง ทั้งในและนอกเขต สังเวชนียสถาน แม้อากาศจะร้อนแรงดุเดือดกว่าบ้านเราอยู่ สักหน่อย แต่ด้วยความคุ้นชินที่อยู่ในประเทศอินเดียมานานนับสิบปี จึงสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกราบรื่น

ในการเดินทางครั้งนี้มีสถานที่ประทับใจ คือ ถ้ำอชันตา (Ajanta Caves) เมืองออรังกาบาด รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย โดยก่อนโควิด-19 ระบาด ผู้เขียนมีปกติต้องเดินทางพาคณะ ไปฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้กันที่นี่ทุกปี จึงมีความคุ้นเคยและผูกพันกับสถานที่นี้เป็นพิเศษ

ถ้ำอชันตา ถือเป็นถ้ำพุทธมหัศจรรย์อันเป็นมรดกโลก ที่ควรค่าแก่การมาเยือนให้เห็นด้วยตาตนเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะที่แห่งนี้ได้หลอมรวมเอาความรัก ความศรัทธา ความตั้งใจ ความงดงามของพุทธศิลป์ ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม ตลอดจนการทุ่มเทอุทิศชีวิตของพระสงฆ์นับสิบชั่วอายุคน ซึ่งกินระยะเวลายาวนานเป็นพันปี เพื่อเปลี่ยนภูเขาหินทั้งลูกให้กลายเป็นวัดวาอาราม พระพุทธปฏิมา วิหาร อุโบสถ อย่างยิ่งใหญ่

ณ ที่แห่งนี้ ผู้เขียนพร้อมด้วยคณะ ได้สวดมนต์บทต่างๆ โดยเฉพาะบทพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันเป็นบทธรรมปฐมเทศนา พร้อมด้วยการเจริญจิตตภาวนาเป็นเครื่องบูชา ซึ่งปกติไปวัดไหนหรือไปพุทธสถานแห่งใดก็มักจะปฏิบัติเช่นนี้เป็นปกติ โดยใช้เวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไปกับถ้ำพุทธทั้ง 26 ถ้ำภายในอชันตา ซึ่งเจ้าหน้าที่ดูแลถ้ำต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

“ไม่มีเสียงสวดมนต์จากคนไทยดังในถ้ำอชันตามากว่า 2 ปีแล้ว!”

เมื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จึงได้ทราบว่าหลายคนเป็นชาวพุทธ จึงชอบที่ให้มีเสียงสวดมนต์ โดยเฉพาะเสียงสวดมนต์ของคนไทยซึ่งสวดกันเป็นหมู่คณะอย่างจริงจังและไพเราะ เพราะถือว่าพวกเขาเองก็พลอยได้รับพรจากเสียงสวดมนต์ไปพร้อมกันด้วย

จากถ้ำพุทธที่เคยมีเสียงสวดมนต์ดังกึกก้องตั้งแต่เมื่อ พ.ศ.350 เป็นต้นมา จนมาสิ้นสุดยุคที่มีพระสงฆ์อาศัยภายในหมู่ถ้ำแห่งนี้เมื่อประมาณปี พ.ศ.1000 เศษ หลังจากนั้นที่นี่ก็ถูกทิ้งให้รกร้างปกคลุมด้วยเถาวัลย์ และแมกไม้ จนมาถูกค้นพบอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2362 โดยนายทหารของอังกฤษ จึงทำให้ถ้ำอชันตาได้รับการดูแลให้ดีขึ้นตามลำดับและเริ่มกลับมามีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นอีกครั้ง จนมาเป็นที่รู้จักไปในระดับโลกใน นามของถ้ำพุทธเก่าแก่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ก็เมื่อปี พ.ศ.2527 ที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลก

ในการเดินทางไปถ้ำอชันตาวันนั้น มีชาวพุทธอินเดียเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมถ้ำเป็นจำนวนมาก และเมื่อ ได้พบคณะพระสงฆ์ไทยของผู้เขียน ชาวพุทธหลายคนรีบกุลีกุจอมากราบเอาศีรษะแตะที่ปลายเท้าพระด้วยความเคารพอย่างยิ่ง จึงได้ถามคนที่พอจะพูดอังกฤษรู้เรื่องว่า “ทำไมถึงมากราบกันแบบนี้” ชาวพุทธเหล่านั้นตอบว่า “ไม่ได้เห็นพระสงฆ์มานานมาแล้ว…” บางคนตอบว่า “เป็นบุญมากที่ได้เห็นพระสงฆ์ เพราะในชุมชนที่เขาอยู่ไม่มีพระสงฆ์อยู่เลย”

จึงถามต่อไปว่าเมื่อไม่มีพระสงฆ์แล้วปฏิบัติตัว กันอย่างไร คนอินเดียก็ตอบว่า “ก็อาศัยกราบไหว้พระพุทธรูป ไหว้รูปของท่าน ดร.อัมเบดการ์ (วีรบุรุษผู้นำพระพุทธศาสนากลับคืนสู่แดนมาตุภูมิ) และรักษาศีล 5 กันตลอดชีวิต”

พอได้ฟังก็รู้สึกถึงความศรัทธา ความภาคภูมิใจ และความแน่วแน่ในการเป็นชาวพุทธของ คนอินเดียกลุ่มนี้มาก แม้จะไม่มีพระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่พวกเขาก็ยังสามารถถือปฏิบัติตนเป็นพุทธมามกะที่ดีได้ด้วยความเคารพในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ยิ่งเมื่อมีโอกาสได้พบพระสงฆ์ เขาก็รีบเข้ามาใกล้ มากราบไหว้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจยิ่ง

ความตั้งใจนี้สามารถสั่นสะเทือนเข้ามาสู่จิตใจของผู้เขียนจนรับรู้ได้ถึงความเทิดทูนที่เขามีต่อพระพุทธศาสนา และทำให้ย้อนนึกกลับไปสู่ประเทศไทยว่า ‘แม้บ้านเราจะยังมีพระสงฆ์อยู่มาก แต่จะหาคนที่มีความเคารพอย่างจริงจังในพระรัตนตรัย โดยไม่ยึดติดกับตัวบุคคลแบบคนอินเดียนี้ยากนัก พอมีข่าวไม่ดีของพระสงฆ์เกิดขึ้น หลายคนก็จะพลอยรู้สึกแย่และตะขิดตะขวงใจไปกับพระสงฆ์ บางคนก็หวาดระแวง หรือหนักไปเลยก็พานไม่กราบไหว้ ไม่ทำบุญกับพระสงฆ์อีกต่อไป!’

ทั้งที่พระสงฆ์ส่วนใหญ่ก็ คือ ปุถุชน คือลูกหลาน เข้ามาบวช บางคนก็ขวนขวายที่จะทำตนให้พ้นทุกข์ บางคนก็อยู่ไปเพื่อสืบพระพุทธศาสนา บางคนก็คิดว่าทำวัตรสวดมนต์ ออกบิณฑบาต รักษากิจวัตรได้ก็เพียงพอจะเป็นบุญ บางคนก็สู้กิเลสได้บ้างไม่ได้บ้าง บางคนก็แพ้กิเลสยับเยินไป…ก็ใครจะไม่อยากให้ตัวเองดี แต่ปัญญาและบารมีของแต่ละคน ไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้นจะหวังให้ผู้บวชมาแล้วดีหมดเหมือนพระอรหันต์ในทันทีก็คงเป็นไปไม่ได้…ซึ่งประการนี้ชาวพุทธที่ดีควรจะได้เข้าใจ เพราะมีแต่ความเข้าใจเท่านั้น ที่สามารถหล่อเลี้ยงกันและกันได้อย่างยั่งยืน

ในขณะที่ชาวพุทธไทยเรามักจะมีปัญหาเรื่องพระสงฆ์ แต่ชาวพุทธอินเดีย แม้จะหาพระสงฆ์กราบสักรูปหนึ่งยังเป็นของยากเย็นยิ่งเหลือประมาณ…

พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน