วันที่ 30 เม.ย. บีบีซีรายงานสถานการณ์สงครามในยูเครนว่า กระทรวงกลาโหมของอังกฤษรายงานว่า รัสเซียถูกบีบให้ควบรวมและเกลี่ยกำลังพลใหม่ของหน่วยทหารที่ไม่เหมือนกันอย่างมากและมีกำลังพลที่ลดน้อยลงมากเข้าด้วยกัน จากความล้มเหลวที่จะรุกคืบพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศยูเครน และทหารจำนวนมากของหน่วยทหารดังกล่าวมีแนวโน้มกำลังทุกข์ทรมานจากภาวะขวัญกำลังใจอ่อนแอ
ทางการอังกฤษยังระบุอีกว่า รัสเซียหวังที่จะปรับแก้ประเด็นปัญหาดังกล่าวให้ถูกต้อง ซึ่งในอดีตปัญหา เหล่านี้จำกัดการบุกรุกของยูเครน การลดระยะเส้นทางส่งเสบียง และทำให้การควบคุมและสั่งการง่ายขึ้นและเสริมว่ากองกำลังรัสเซียยังคงเผชิญจุดอ่อนหลายอย่างในการประสานงานเชิงยุทธวิธี ขาดทักษะในการจัดการระดับหน่วยทหาร ตลอดจนการสนับสนุนทางอากาศที่ไม่สม่ำเสมอ
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า ขณะที่การสู้รบยังดำเนินต่อไปในภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออก แต่ เป้าหมายของรัสเซียที่จะยึดครองดอนบัสไม่เป็นไปตามแผนและล่าช้ากว่าแผน
ด้านนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซียระบุว่า ประชาชนกว่า 1 ล้านคนถูกอพยพจากประเทศยูเครนไปยังรัสเซียนับตั้งแต่สงครามปะทุ ซึ่งก่อนหน้านี้ยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าบังคับพาคนข้ามพรมแดนเพื่อใช้เป็นตัวประกัน นอกจากนี้นายลาฟรอฟยังกล่าวกับสำนักข่าวซินหัว สื่อทางการจีน ว่า ตนเองกระตุ้นให้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโตยุติการส่งอาวุธไปให้ยูเครนเพื่อสู้ศึกรัสเซีย
นายลาฟรอฟกล่าวอีกว่า รัสเซียไม่ได้คิดว่ารัสเซียเองทำสงครามกับนาโต โดยระบุว่าพัฒนาการดังกล่าวจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสงครามนิวเคลียร์ ซึ่งไม่สามารถอนุญาตให้เกิดขึ้นได้ และว่ารัสเซียไม่ได้ใช้สงครามนิวเคลียร์ข่มขู่ใครทั้งนั้น แต่กล่าวหาว่าชาติตะวันตก ต่างหากที่กระทำการข่มขู่ดังกล่าว