เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เปิดตัว “สวนผึ้งโมเดล” โครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”

นายภาณุพงศ์ มุ่นพลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสินแร่สยาม กล่าวว่า โรงเรียนสินแร่สยามมีพื้นที่ติดแนวชายแดน มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ นักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสี่ยงหลุดจากระบบ โรงเรียนจึงเริ่มศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหาของเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อช่วยเหลือตรงจุดพร้อมออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เอื้อต่อเด็กที่มีปัญหาในแต่ละด้าน ได้แก่

1.ด้านการเรียนรู้ เน้นพัฒนาครูให้สร้างเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยเพิ่มทักษะให้เด็กอ่าน ออกเขียนได้ เน้นจัดกิจกรรมแบบ Active Learning เพื่อให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง ใช้สื่อการสอนที่ดึงดูดใจและสร้างความสุขในการเรียน 2.ด้านเศรษฐกิจ เด็กหลายคนเลือกที่จะออกจากโรงเรียนไปทำงานหาเงินเพื่อช่วยครอบครัว โรงเรียนจึงสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้นักเรียน ผ่านโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพ เช่น บาริสต้าน้อยในร้านกาแฟ การเลี้ยงไก่ไข่และปลูกผักเพื่ออาหารกลางวัน หรือร้านตัดผมสินแร่บาร์เบอร์ โดยปันผลให้นักเรียนเป็นทุนการศึกษา 3.ด้านสภาพแวดล้อม ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองถึงความสำคัญของการศึกษา 4.ด้านกายภาพ ห้องเรียน อุปกรณ์ เทคโนโลยีสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนสมัยใหม่ บรรยากาศเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ จำนวนบุคลากรเพียงพอโรงอาหารและห้องน้ำถูกสุขลักษณะ

“โรงเรียนต้องทำความเข้าใจกับคณะครูให้เข้าใจถึงปัญหาและบริบทของเด็กแต่ละคน เพราะนักเรียนแต่ละคนมีปัญหาแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านทักษะการอ่านออกเขียนได้ ด้านเศรษฐกิจ หรือสภาพแวดล้อมทางสังคมและครอบครัว ก่อนออกแบบแนวทางการจัดการศึกษาให้ เหมาะสมกับเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม” นายภาณุพงศ์กล่าว

ด้าน รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า จากการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่จนเกิดเป็นต้นแบบ “สวนผึ้งโมเดล” สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่เข้าใจปัญหาลึกซึ้งและมีเป้าหมายพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน นอกจากจะช่วยให้เด็กเรียนรู้อย่างมี ความสุข สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพจนพึ่งพาตัวเองได้ ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยป้องกันการหลุดจากระบบซ้ำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน