วันที่ 7 พ.ค. เอเอฟพีและบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่ยูเครนอีกครั้ง มูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 5,150 ล้านบาท ไม่กี่วันหลังประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แถลงข่มขู่ว่า ถ้าชาติตะวันตกต้องการให้สถานการณ์คลี่คลายก็ควรหยุดสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์แก่ยูเครน
สำหรับความช่วยเหลือครั้งใหม่นี้จะครอบคลุมทั้งกระสุนปืนใหญ่ และระบบเรดาร์สำหรับตรวจจับทิศทางการยิงของศัตรู โดยตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2565 รัฐบาลสหรัฐให้ความช่วยเหลือยูเครนคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 130,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันนานาประเทศจับตาดูความเคลื่อนไหวของรัสเซียในช่วงนับถอยหลังสู่วันแห่งชัยชนะเหนือกองทัพนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง ในวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่ารัสเซียเตรียมประกาศสงครามเต็มรูปแบบในยูเครน แม้โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงปฏิเสธว่าเป็นข่าวลือที่เหลวไหลและไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิงก็ตาม
ประธานาธิบดีไบเดนยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสสหรัฐอนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่เพิ่มเติม 1,130,000 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้รวมความช่วยเหลือทางทหารอีก 686,000 ล้านบาทเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ยูเครน ทั้งในสมรภูมิรบและบนโต๊ะเจรจา
ด้านประธานาธิบดีเซเลนสกีแถลงว่า มีทางเลือกทางการทูตเพื่อช่วยเหลือทหารยูเครนที่ยังตรึงกำลังอยู่ในโรงงานอาซอฟสตาลในเมืองมารีอูโปล โดยเมื่อ 6 พ.ค. เจ้าหน้าที่สามารถอพยพประชาชนราว 50 คนออกจากพื้นที่สมรภูมิ อย่างไรก็ตาม ยังมีพลเรือนกว่า 200 คน ติดอยู่ในอุโมงค์และที่หลบภัยใต้โรงงานอาซอฟสตาล
วันเดียวกัน กระทรวงการคลังอิตาลีมีคำสั่งให้ยึดเรือยอชต์หรูเชเฮราซาด มูลค่ากว่า 24,000 ล้านบาทที่มีความเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีปูติน และจอดซ่อมอยู่ที่ท่าเรืออ่าวทัสกานี ตั้งแต่เดือนก.ย.2564