วันที่ 8 พ.ค. บีบีซีและรอยเตอร์รายงานสถานการณ์สงครามที่ยังยืดเยื้อในยูเครนว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) แห่งสหประชาชาติกำลังรวบรวมหลักฐานการสืบสวนความเป็นไปได้ในการก่ออาชญากรรมสงครามหลังอ้างหลักฐานว่า รัสเซียโจมตีสถานพยาบาลต่างๆ ในยูเครน

นพ.ไมก์ ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการฉุกเฉินของ WHO เยือนกรุงเคียฟ พร้อม นพ.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการ WHO โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พ.ค. และแถลงว่า เป็นความรับผิดชอบอย่างโจ่งแจ้งของคู่สงครามที่ต้องหลีกเลี่ยงการโจมตีสถานพยาบาลต่างๆ และว่าตอนนี้ WHO มีหลักฐานการโจมตีโรงพยาบาลและสถานคลินิกต่างๆ ในยูเครน 200 กรณี ซึ่งรัสเซียปฏิเสธมาตลอดและระบุไม่ได้เล็งเป้าหมายพลเรือน และสมาชิก WHO จะพิจารณาร่างญัตติเกี่ยวกับรัสเซีย รวมถึงการปิดสำนักงาน WHO ประจำภูมิภาคในกรุงมอสโก ในวันที่ 10 พ.ค.

ส่วนความคืบหน้าการอพยพพลเรือนที่ยังติดค้างในโรงงานเหล็กอาซอฟสตาล ในเมือง มารีอูโปล เมืองที่กองกำลังรัสเซียเข้ายึดครอง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ทางการยูเครนและรัสเซียประกาศว่า ผู้ติดค้าง ที่เป็นผู้สูงอายุ สตรี และเด็ก อพยพออกไปจากโรงงานเหล็กแห่งนี้หมดแล้ว หลังปฏิบัติการอพยพล่าสุดครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วยการประสานงานระหว่างสหประชาชาติและกาชาดสากล

กระจุย – เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฏิบัติภารกิจค้นหาใกล้ซากอาคารเรียนที่ถูกทิ้งระเบิดในแคว้นลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 7 พ.ค. (รอยเตอร์)

โรงงานเหล็กอาซอฟสตาลเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของนักรบอาซอฟ กองทัพยูเครน ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวในเมืองมารีอูโปลที่รัสเซียยึดครองไม่ได้และปิดล้อมโรงงานดังกล่าวเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และยื่นข้อเสนอให้นักรบอาซอฟยอมจำนน แต่นักรบอาซอฟปฏิเสธ ทำให้ครอบครัวของนักรบอาซอฟราว 2,000 นาย ที่ยังติดค้างในโรงงานเหล็กแห่งนี้ขอร้องให้รัฐบาลยูเครนและผู้นำโลกช่วยเจรจาเพื่อให้นักรบออกมาอย่างปลอดภัย

วันเดียวกัน นายเซอร์ฮี ไกได ผู้ว่าการแคว้นลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน เปิดเผยว่ากองกำลังรัสเซียทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนที่มีผู้พักพิงราว 90 คน ในหมู่บ้านทางตะวันออก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 พ.ค. ทำให้ไฟไหม้อาคารเรียน เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 2 ราย อย่างไรก็ดี 30 คน ออกจากซากอาคารแล้ว ในจำนวนนี้ 7 คนบาดเจ็บ และเชื่อว่าอีกราว 60 คนที่ยังอยู่ใต้ซากอาคารน่าจะเสียชีวิตทั้งหมด

ด้านนายบิลล์ เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) สหรัฐอเมริกา อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เกี่ยวกับสงครามในยูเครนว่า แม้ว่ากองทัพรัสเซียจะล้มเหลวในการยึดกรุงเคียฟและการต่อสู้เพื่อรุกแนวหน้าหลักสงครามในภูมิภาคดอนบัส แต่นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย อยู่ในกรอบความคิดที่ไม่เชื่อว่าตัวเองจะแพ้สงครามได้ และเชื่อว่าการเพิ่มความขัดแย้งทางทหารในยูเครนเป็น 2 เท่าจะช่วยทำให้ผลลัพธ์ของผู้นำรัสเซียออกมาดีขึ้นในสงครามครั้งนี้

นายเบิร์นส์กล่าวด้วยว่า ซีไอเอและหน่วยข่าวกรองตะวันตกมองไม่เห็นสัญญาณว่า รัสเซียพร้อมที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อชัยชนะในยูเครน แต่ไม่อาจมองข้ามความเป็นไปได้เช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน