หลายปีมานี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็นเทรนด์มาแรง และมีช่องทางให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งพฤติกรรมของผู้คนที่มีการเปลี่ยนแปลง หันมาสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น จึงทำให้ธุรกิจขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แต่การทำธุรกิจออนไลน์ต้องมีการเตรียมตัวที่ดี เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้การดำเนินธุรกิจประสบปัญหาจนทำให้ล้มเลิกการทำธุรกิจได้
ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิซิตี้ มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จึงได้จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมแก่เยาวชนเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานผ่านหลักสูตร Kenan Micro and SME Academy แหล่งรวมความรู้และทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย และผู้ที่สนใจทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านการตลาดออนไลน์ แนวคิดพื้นฐานการเป็นผู้ประกอบการ และความรู้ทางการเงิน ซึ่งล้วนเป็นทักษะ พื้นฐานที่สำคัญสำหรับอนาคต

น.ส.กนกพร เรือนอิ่น นักศึกษา ปวช. ปี 3 สาขาการตลาด วิทยาลัยพณิชยการบางนา หรือน้องตอง หนึ่งในผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเล่าว่า ทางบ้านทำกิจการจำหน่ายหิน ดิน ทราย ที่เป็นวัสดุสำหรับก่อสร้างอยู่ที่จ.สมุทรปราการมากกว่า 40 ปีแล้ว ช่วงสถานการณ์โควิดกิจการที่บ้านได้รับผลกระทบไปด้วย ลูกค้าลดลงไปมาก หลังจากส่งข้อมูลมาสมัครเข้าร่วมโครงการทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะด้านการตลาดออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก และไลน์ ออฟฟิเชี่ยล แอ๊กเคาต์ ได้เรียนรู้ทักษะการยิงแอดโฆษณา การสร้างคอนเทนต์ต่างๆ จนนำมาเปิดเพจบนเฟซบุ๊กเพื่อโปรโมตธุรกิจของที่บ้าน โดยทำหน้าที่เป็นแอดมินทั้งบนเพจ ทำให้กิจการเริ่มเป็นที่รู้จักและมีลูกค้ารายใหม่ทยอยเข้ามาเพิ่มมากขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 30-40%
“รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อมแก่เยาวชนเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานผ่านหลักสูตร Kenan Micro and SME Academy ในครั้งนี้”

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ สุดเกษร นักเรียน ปวช.3 วิทยาลัยพณิชยการบางนา สายการตลาด หรือน้องไอซ์ เผยว่า ตอนที่เรียนอยู่ปวช.ปี 2 ได้ทดลองขายคุกกี้ร่วมกับเพื่อนอยู่ก่อนแล้ว จนมาเจอช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้ทางบ้านได้รับผลกระทบอย่างหนักด้านปัญหาภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งตนเองในฐานะพี่คนโตอยากแบ่งเบาภาระของครอบครัวจึงตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจออนไลน์โดยขายคุกกี้นิ่มกับเพื่อนต่อมาเรื่อยๆ
หลังจากที่ได้มีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมและได้เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะการเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงทักษะการตลาดออนไลน์ทั้งบนเฟซบุ๊ก และไลน์ ออฟฟิเชี่ยล แอ๊กเคาต์ นายณัฐวุฒิได้นำความรู้ที่ได้มาพัฒนาการบริการในธุรกิจของตัวเอง เช่น เพิ่มสินค้าที่เป็นเค้กหน้านิ่มเข้ามาขายนอกจากคุกกี้ และยังมีเปิดไลน์ ออฟฟิเชี่ยล แอ๊กเคาต์ เพิ่มขึ้นมา พร้อมจัดทำโปรโมชั่นให้น่าสนใจ ทำให้สร้างกำไรในการทำธุรกิจได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15%

“อยากให้จัดอบรมแบบนี้ต่อไปให้กับ น้องๆ พี่ๆ เพื่อให้พวกเขาได้นำความรู้ไป ต่อยอดได้อย่างมีคุณค่าเช่นเดียวกันเหมือนกับผม” นายณัฐวุฒิเผยความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้
ด้าน น.ส.วันวิสาข์ โคมินทร์ ผอ.อาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ตัวแทนมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า มูลนิธิซิตี้เห็นถึงความจำเป็นในการ ช่วยเหลือเยาวชนเพื่อรับมือกับปัญหา ดังกล่าว การสนับสนุนคนรุ่นใหม่สร้างอนาคตที่ปรารถนาได้ด้วยตนเอง เป็นประโยชน์ต่อตัวเยาวชนและครอบครัว รวมถึงนำไปสู่การมีบทบาทขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับชุมชนและประเทศชาติ ในลำดับต่อไปได้