ไทยผนึกญี่ปุ่น เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้า-ลงทุนหลังโควิด-19 ขณะที่นักลงทุนญี่ปุ่นเตรียมเสนอรัฐบาล แรงงานไทยแพง-ขาดแคลนบุคลากรในอุตสาหกรรมไฮเทค หวั่นกระทบลงทุนภาพรวม
นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ กล่าวระหว่างการเปิดงานสัมมนาเชิงนโยบาย “ความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้ามิติใหม่ ไทย-ญี่ปุ่น” ในโอกาสฉลองครบรอบ 135 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น ว่า ภาครัฐและเอกชนของไทยและญี่ปุ่นเข้า ร่วมนำเสนอแนวทางการสร้างความร่วมมือเศรษฐกิจการค้า ในรูปแบบใหม่หลังวิกฤตโควิด-19 อาทิ การส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ข้อริเริ่มการลงทุนเอเชีย-ญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก FTA ที่มีอยู่ร่วมกัน โดยเสนอแนวทางการกระชับความร่วมมือเด้านการค้าระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ปัจจุบันญี่ปุ่นลงทุนอันดับหนึ่งมีกว่า 6,000 บริษัท
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก (ABAC) กล่าวว่า เอกชนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุดครองส่วนแบ่ง 37.36% การร่วมลงทุนกับอุตสาหกรรมของไทยซึ่งเป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจำนวน 45 กลุ่ม ซึ่งมีสัดส่วน 50% ของจีดีพีของไทย โดย 5 อุตสาหกรรมหลักที่ญี่ป่นลงทุน ได้แก่ ยานยนต์ 10.9% เหล็กและผลิตภัณฑ์ 8.3% เครื่องจักร 7.65% เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ 6.6%
“หลังจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย และภาวะสงครามในปัจจุบันมองว่าญี่ปุ่นจะมีการลงทุนมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะการลงทุนในไทย ซึ่งไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้งของสงคราม แต่จะต้องเร่งหามาตรการความร่วมมือให้นักลงทุนอยู่ในไทยให้มีการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในไทยให้มากที่สุด”
นอกจากนี้ ต้องหาทางให้ญี่ปุ่นถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัทไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเร่งส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
นายทาเคโอะ คาโตะ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) กล่าวว่า แม้ว่าไทยจะเจอกับปัญหาโควิด-19 แต่จำนวนสมาชิกของหอการค้าญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยก็มีจำนวนลดลงเพียงเล็กน้อย โดยจากผลสำรวจความคิดเห็นนักธุรกิจญี่ปุ่นพบว่าปัญหาที่เป็นอุปสรรค คือราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ส่วนปัญหาการลงทุนในไทยนั้นเรื่องสำคัญคือ ปัญหาค่าแรงงานมี ราคาแพง รวมทั้งการเก็บภาษีแรงงาน ซึ่งหอการค้าญี่ปุ่นฯ ได้นำเสนอปัญหาเพื่อให้รัฐบาลไทยเร่งแก้ไข