นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานหน่วยงานสังกัดสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ 2565 ได้มอบนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการให้แก่หน่วยงาน ให้แก่ นายทศพร ศรีสมาน ผอ.สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา, นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผอ.สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี โดยเน้นให้เร่งสร้างความเข้าใจให้ชัดเจนกับชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการขึ้นทะเบียนโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย โดยเฉพาะการเวนคืนที่ดิน ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของชาวบ้านนั้น จะต้องไม่ให้ใครเสียประโยชน์ ทุกคนยังมีสิทธิในที่ดินของตนเอง แต่อาจจะมีการควบคุมในการก่อสร้างเพิ่มเติม หรือการดูแลเรื่องการบุกรุกพื้นที่โบราณสถาน ทั้งนี้ ยกตัวอย่างการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นต้นแบบในการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและชุมชน

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวต่ออีกว่า ตนยังได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ผู้ปฏิบัติงานในสังกัดสำนักศิลปากรที่ 9 และ 10 โดยให้ความสำคัญกับการดูแลจัดการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย รวมถึงในพื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.อุบลราชธานี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.ขอนแก่น ให้มีการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับคนทุกวัยที่เข้าชมแหล่งเรียนรู้ ขณะเดียวกันจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม อุทยานประวัติศาสตร์ ภูพระบาท ซึ่งพบว่ามีโบราณสถาน ในส่วนของใบเสมามีสภาพชำรุดตามกาลเวลา ตนมอบหมายให้กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และกองโบราณคดี เข้ามาตรวจสอบและบูรณะให้สมบูรณ์ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน