ลัดฟ้าเยือน15-18พ.ค.นี้-ฟุ้งส่งออกโตพรวด2.2%

หอการค้าฯ ควงทัพเอกชน 38 บริษัท เยือน ‘ซาอุดีอาระเบีย’ วันที่ 15-18 พ.ค.นี้ ประเดิมเซ็น เอ็มโอยูหวังฟื้นการค้า-การลงทุน คาดส่งออกพุ่ง 2.2% มูลค่าการค้าสะพัดกว่า 1.5 แสนล้านบาท

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าหอการค้าฯ จะนำคณะภาคเอกชนเยือน กรุงริยาด เมืองอัลอูราห์ และเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย พร้อมกับคณะ ภาครัฐ ในระหว่างวันที่ 15-18 พ.ค. 2565 โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศเป็นผู้นำคณะ ซึ่งเป็นการเดินทางอย่างเป็นทางการของรัฐและเอกชนครั้งแรกในรอบ 32 ปี เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลักดันความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัน และการ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศให้เป็นปกติ อย่างสมบูรณ์ ภายหลังการเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีตามคำเชิญของมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา

โดยมีภาคเอกชนไทยในสาขาธุรกิจที่มีศักยภาพกว่า 38 บริษัทร่วมคณะไปด้วย อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประกอบโครงสร้างพื้นฐาน เกษตรและอาหาร พลังงานและเคมีภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง ยานยนต์ การบิน เทคโนโลยีและดิจิทัล อัญมณีและเครื่องประดับ ท่องเที่ยวและบริการ ธุรกิจสุขภาพ

แผนการเยือน ดังกล่าวสอดคล้องกับแผนการปฏิรูป Vision 2030 ของประเทศซาอุดีอาระเบีย ที่ส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนในการเพิ่มสัดส่วนจีดีพีจาก 40% เป็น 65% รวมถึงแผนเพิ่มจีดีพี การส่งออก ในภาคที่ไม่ใช่น้ำมันจาก 16% เป็นร้อยละ 50% ซึ่งจะมีการหารือถึงความเป็นไปได้ ในหลายๆ กลุ่มธุรกิจ ตามแนวทาง Trade & Travel รวมถึงด้าน Investment

โดยวันที่ 16 พ.ค. หอการค้าไทยจะลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับหอการค้าซาอุดีอาระเบีย เพื่อหาโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกัน รวมทั้งจัดกิจกรรม B2B Meeting เพื่อให้นักธุรกิจทั้งสองประเทศได้มีการติดต่อเจรจาธุรกิจระหว่างกันตามเซ็กเตอร์ต่างๆ

“การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียครั้งนี้จะทำให้การค้า การลงทุน 2 ฝ่ายเติบโตมากขึ้น โดยปีที่ผ่านมาไทยส่งออกไปยังซาอุฯ ราว 4.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.6% ของการส่งออกทั้งหมด คาดว่าหลังจากการเดินทางเยือนครั้งนี้จะทำให้สัดส่วนส่งออกของไทยกลับมาอยู่ที่ 2.2% เท่ากับสัดส่วนเดิมในปี 2532 ทำให้ปริมาณการค้ารวม 2 ประเทศจะขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท และจะมีการลงทุนระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นแน่นอน เพราะเป็นการชี้โอกาสการลงทุนให้ภาครัฐและเอกชนซาอุดีอาระเบีย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน