สภาพัฒน์ใจชื้นว่างงานลดลงต่ำสุดในช่วงโควิด แต่ยังห่วงเด็กจบใหม่เตะฝุ่นเพียบ ด้านหนี้ครัวเรือนเริ่มชะลอ แต่จับตาลูกหนี้แห่เบี้ยวจ่ายค่างวดรถยนต์พุ่ง 1.3 แสนล้านบาท

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ภาวะสังคมไตรมาส 1 ปี 2565 สถานการณ์ภาพรวมการจ้างงานมีจำนวนทั้งสิ้น 38.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนแบ่งเป็นการจ้างงานภาคเกษตรกรรม มีจำนวน 11.4 ล้านคน นอกภาคเกษตรกรรมมีการจ้างงาน 27.3 ล้านคน มีผู้ว่างงาน 6.1 แสนคน ลดลงจาก 7.6 แสนคนในช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลงจาก 6.3 แสนคนในไตรมาสก่อนหน้า หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานที่ 1.53% ต่ำที่สุดในช่วงโควิด-19

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ 1.ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนยังคงเพิ่มขึ้นมีจำนวน 2.6 แสนคน เพิ่มสูงขึ้น 5.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.ผู้ว่างงานระยะยาวยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยมีจำนวนถึง 1.7 แสนคน และ 3.การว่างงานในกลุ่มแรงงานที่จบการศึกษาสูงยังอยู่ในระดับสูง อัตราการว่างงานของผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาอยู่ที่ 3.10%

ส่วนประเด็นที่ต้องติดตาม มีการฟื้นตัวของการจ้างงานภาค ต้องให้ความสำคัญกับการเปิดประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุด ผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าต่อค่าครองชีพของแรงงาน และการจ้างงาน การหามาตรการแก้ไขปัญหาการว่างงานระยะยาวของผู้จบการศึกษาใหม่ ที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่ปัญหาหนี้สินครัวเรือนในไตรมาส 4 ปีก่อนหน้าขยายตัวชะลอลง คุณภาพสินเชื่อยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังต้องติดตามผลกระทบจากรายได้ครัวเรือนยังไม่ฟื้นตัว ความเปราะบางของฐานะการเงินของครัวเรือนและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ โดยไตรมาส 4 ปี 2564 หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่า 14.58 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.9% ชะลอลงจาก 4.2% ของไตรมาสที่ผ่านมา โดยคิดเป็นสัดส่วน 90.1% ต่อจีดีพี

ด้านความสามารถในการชำระหนี้ปรับตัวดีขึ้น หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีมูลค่า 1.43 แสนล้านบาท ลดลง 0.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลงจากไตรมาสก่อน 4.0% หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.73% คุณภาพสินเชื่อปรับตัวดีขึ้น แต่ยังต้อง เฝ้าระวังเอ็นพีแอลในสินเชื่อรถยนต์ มีสินเชื่อค้างชำระไม่เกิน 3 เดือนต่อสินเชื่อรวม สูงถึง 11.08% หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 1.3 แสนล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน