กล้องวงจรปิดนับว่ามีส่วนสำคัญในการติดตามจับกุมคนร้าย โดยเฉพาะโครงข่ายกล้องวงจรปิด เปรียบเหมือนจิ๊กซอว์ที่เมื่อต่อกันอย่างถูกที่ถูกเวลาก็ปิดคดีได้อย่างรวดเร็ว

ย้อนไปเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 17 พ.ค. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังพร้อมด้วย พ.ต.ท.นราธิป สุทนต์ พงส.สภ.บางปะอิน ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชเอเชีย ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาโรจนะ ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ตร.ตรวจที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุตั้งอยู่บนชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้า พบถาดแผงโชว์สร้อยทองในตู้โชว์ว่างเปล่าจำนวน 2 ถาด พนักงานของร้านอยู่ในอาการตกใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจกันพื้นที่บริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บร่องรอยลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายที่ ตู้กระจกโชว์ทองตามจุดต่างๆ ของร้านและบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ติดเชือกกั้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงตามตู้กระจกและบริเวณใกล้เคียง

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สวมแมสก์สีดำ มีกระเป๋าคาดเอวสีดำ เดินตรงเข้ามาในร้านแล้วใช้อาวุธปืนวางบนตู้โชว์ บังคับให้พนักงานหยิบสร้อยคอทองคำในแผงตู้โชว์หลังเคาน์เตอร์ส่งให้ หลังได้ทองแล้วคนร้ายได้หลบหนีไป เบื้องต้นเป็นทองรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 86 บาท

หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน ภาค 1 ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดฯ ชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน เร่งสืบสวน ตรวจสอบภาพ จากกล้องวงจรปิดทั้งในห้างและตามเส้นทาง ก่อนพบว่านอกจากคนร้ายที่ก่อเหตุยังมี ชายสวมชุดไรเดอร์อีกรายที่น่าจะเกี่ยวข้องด้วย โดยเห็นเดินวนเวียนอยู่ที่ชั้น 2 ของห้างตั้งแต่ช่วงบ่าย และขณะที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ ก็อยู่ใกล้ๆ กับร้านทองเหมือนคอยดู ลาดเลา จากนั้นยังเห็นวิ่งตามคนร้ายออกจากห้างไป

นาทีก่อเหตุ

ขณะที่การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายขับขี่จยย.หลบหนี พบว่าหลังเกิดเหตุคนร้ายทั้งคู่ขี่รถจยย.หายไปเข้าไปภายในพื้นที่ทิ้งเศษวัสดุและขยะติดกับถนนโรจนะห่างจากห้างสรรพสินค้า ประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นขับรถยนต์กระบะลักษณะตู้ทึบ คาดว่าจะบรรทุกรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการออกก่อเหตุหลบหนีไปด้วย โดยหลบหนีมุ่งหน้าถนนสายเอเชียขาขึ้น เลี้ยวเข้า อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

ชุดสืบสวนแกะรอย ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมอยู่ 3 วันจึงรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบว่าผู้ก่อเหตุทั้งคู่คือ นายคมสันต์ ขาวสุวรรณ อายุ 38 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร เป็นชายชุดดำที่ใช้อาวุธปืนเข้าไป ก่อเหตุ กับนายนพมาศ แหยมชอบใจ อายุ 45 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ชายที่สวมใส่เสื้อไรเดอร์ ทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

ไม่เพียงแค่นั้น ตำรวจยังขยายผลเพิ่มเติมจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุได้อีกชนิดครบแก๊ง คือ นายพงษ์ชัยวัฒน์ สุวรรณเทศ อายุ 37 ปี ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะตู้ทึบ น.ส.พรทิพย์ ศิริยามัน อายุ 33 ปี และน.ส.ธัญญารัตน์ ปรีเปรม อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นญาติของกลุ่มผู้ต้องหา โดยร่วมกันนำทองรูปพรรณไปขาย

พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 แถลง

เย็นวันที่ 22 พ.ค. ที่ร้านทองเยาวราชเอเชีย ตั้งอยู่ภายในห้างโลตัสสาขาโรจนะ ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ก่อนนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าวว่า คนร้ายแก๊งนี้ร่วมกันวางแผนการ ปล้นทรัพย์ โดยนายพงษ์ชัยวัฒน์เป็นนายจ้างของนายคมสันต์ และนายนพมาศ โดยสาเหตุมาจากปัญหาหนี้สิน ไม่มีเงินชำระหนี้ จึงวางแผนให้ลูกน้องก่อเหตุปล้นทองแล้วเอาเงินมาใช้หนี้ แล้วไปชักชวนภรรยาและญาตินำทองไปขาย

ทำแผนฯ

ทองรูปพรรณของกลางบางส่วนผู้ต้องหานำไปขายและจำนำ นำเงินสดที่ได้ไปไถ่ถอนรถยนต์จำนวน 2 คันที่จำนำเอาไว้ เหลือเป็นเงินสดประมาณ 382,800 บาท นำฝากธนาคารจำนวน 193,000 บาท ทองรูปพรรณที่ตรวจยึดมาได้น้ำหนักประมาณ 24 บาท เหลือทองรูปพรรณที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวน ตรวจยึดคืน อีกประมาณ 62 บาท

โดนกันไปถ้วนหน้าทั้งนายทั้งลูกน้อง

สุทธิพร กองสุทธิผล
เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน