‘NEW CHAPTER’เศรษฐกิจไทย
โอกาสและความท้าทายหลังยุคโควิด-19

รายงานพิเศษ

ผ่านพ้นไปแล้วกับงานสัมมนาใหญ่จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ในเครือมติชน ในรอบนี้กับหัวข้อ “New Chapter เศรษฐกิจไทย” ที่รวมเอา “ตัวจริง” ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมแสดงทัศนะ ถึงบทใหม่เศรษฐกิจไทย หลังยุค โควิด-19 โอกาส และความท้าทายใหม่ ที่น่าสนใจครบทุกมิติ ชัดทุกประเด็น

เริ่มด้วย นายปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “สภาวะแวดล้อมใหม่ทางเศรษฐกิจและการเงิน” โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาจากการฟื้นตัวบนความไม่แน่นอน ยังขยายตัวต่ำกว่าที่คาด จากปัจจัยเสี่ยงทั้งจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังไม่คลี่คลาย การปรับนโยบายการเงินของประเทศต่างๆ

โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เร่งขึ้นดอกเบี้ย เพื่อดูแลสมดุลเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในระยะต่อไปอัตราดอกเบี้ย คงต้องมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ของไทยดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.5% แนวโน้มต่อไปคงต้องปรับขึ้นขอดูจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณา

“หลังจากวิกฤตโควิด-19 หลายๆ ประเทศต้องเจอวิกฤตรุมเร้าเหมือนๆ กันที่ต้องเร่งแก้ไข เช่นเดียวกับไทย เช่น การดูแลฐานะการคลังและการเงินของไทย แม้ว่าการคลังยังมีเสถียรภาพ แต่ก็มีเครื่องมือในการกระตุ้นเหลือน้อยลง เพราะสัดส่วนหนี้สาธารณะ เพิ่มสูงขึ้น คาดว่าจะอยู่ที่ 67% ของจีดีพีในปี 2569”

ดังนั้น เมื่อพ้นวิกฤตต้องจัดการกลับมาอยู่ 60% จีดีพี ให้มีกระสุนด้านการคลัง เพื่อให้มีความสามารถในการใช้นโยบายในอนาคตได้ โจทย์ของการหารายได้ และการบริหารงบประมาณที่มีจำกัด จึงเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลต่อไป

จากนั้น นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “เศรษฐกิจ-โอกาส-ความท้าทายใหม่” ว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะออกจากวิกฤตและเข้าสู่วิกฤตใหม่ ซึ่งหากตอบ 2 คำถามนี้ไม่ได้ เศรษฐกิจไทยจะแย่ คือ 1.ไทยจะรับมือกับความผันผวนในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าอย่างไร และ 2.ไทยจะเตรียมการสำหรับ Next Chapter ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร

“เรากำลังเข้าสู่เฟสใหม่ของเศรษฐกิจ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวดีคือ เรากำลังออกจากวิกฤตโควิดแล้วเข้าสู่วิกฤตและความท้าทายใหม่ทันทีแบบไม่มีช่วงให้พัก เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านช่วงของความผันผวน ก่อนจะเข้าสู่ Next Chapter ของเศรษฐกิจไทยที่แท้จริง”

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ความท้าทายใหม่ 7 ด้าน คือ 1.วิกฤตความขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐ-รัสเซีย ที่ความขัดแย้งจะไม่จบง่ายๆ 2.วิกฤตราคาพลังงานที่คาดว่าราคาพลังงานจะ ปรับขึ้นสูง และค้างในระดับดังกล่าวอีก 2 ปี 3.วิกฤตอาหารโลก ที่ประเทศต่างๆ จะลดการส่งออกอาหารมากขึ้น

4.ความปั่นป่วนตลาดการเงินโลก โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดอกเบี้ยปรับขึ้นแรง เพื่อเป็นการแก้ไข ที่ประเมินสถานการณ์โควิดผิดพลาด จนทำให้ต้องมีการลดดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษและมีการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา 5.ความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในสหรัฐและประเทศต่างๆ 6.วิกฤตตลาด emerging markets และ 7.ปัญหาเศรษฐกิจจีน

“ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงพิเศษต้องดูแลบริหารจัดการตัวเองให้ผ่านไปให้ได้ เป็นช่วงท้าทายที่สุดในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา ดังนั้น ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าจะไม่ง่าย ต้องเตรียมการรับมือมรสุมลูกใหม่กำลัง ก่อตัวขึ้น ประเทศก็ต้องเตรียมการ ซึ่งปีนี้เครื่องยนต์ส่งออกจะเหลือครึ่งเดียว เพราะเศรษฐกิจโลกจะแผ่วลง อย่าไปคาดหวังมาก”

ดังนั้น ต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ให้เศรษฐกิจไทยเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอีอีซี สนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ และต้องเดินหน้าเรื่องเปิดเมือง ฟื้นการท่องเที่ยวให้ได้ท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อทำให้ไทยมีแรงส่งเข้าสู่มรสุมลูกนี้

ด้าน นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช รองประธานกรรมการ บริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เรชั่นแนล จำกัด และกรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลเมดพาร์ค ระบุว่า อยากให้ รัฐผลักดันไทยให้เป็นเมดิคัลฮับ ซึ่งไทยมีรายได้จากเมดิคัลฮับประมาณ 1 แสนล้านบาท แต่รายได้ต่อหัวยังน้อยกว่าสิงคโปร์ 3-4 เท่า เพราะคนไข้หนักมีมูลค่าสูงไปอยู่ที่สิงคโปร์ เพราะรัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนธุรกิจนี้ ขณะที่ไทยยังไม่มีการขับเคลื่อน อย่างจริงจัง

“ระบบสาธารณสุขต้องจัดระบบการทำงานให้ชัดเจนระหว่างรัฐและเอกชน ยกตัวอย่างเช่น การทำให้ไทยเป็นเมดิคัลฮับ โรงพยาบาล แต่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไม่เคยออกกฎหมายสนับสนุนส่งเสริมเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนได้เลย เพราะทุกครั้งจะทำแต่ทำไม่สำเร็จ ทำให้ที่ผ่านมาภาคเอกชนต้องทำธุรกิจภายใต้ข้อจำกัด”

ขณะที่ น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ ระบุว่า โออาร์จะต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง ปรับและเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วยบริบทสภาพแวดล้อม ผู้บริโภคฟื้นตัวช้า ธุรกิจรายย่อยหายไป เราต้องเอื้อมเข้าไปดูแลเเละให้โอกาส ผ่านวิสัยทัศน์ Empowering all toward inclusive Growth เติมเต็มโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน

ทั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจภายในปี 2030 ผ่านกลยุทธ์ 4 ด้าน 1.Seemless Mobility อนาคตและใกล้เวลาแล้วที่เรื่องของพลังงานสะอาดจะมา ทำให้การเปลี่ยนผ่านไร้รอยต่อ 2.All Lifestyles การสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างครบวงจรเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ

3.Global Market ผ่านรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Asset Light Model ด้วยการลงทุนร่วมกับพันธมิตรในต่างประเทศ เกิด Win-win Situation ให้ได้มีโอกาสขยายธุรกิจ และผลักดันแบรนด์ไทยสู่แบรนด์โลก และ 4.OR Innovation การแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับสู่นวัตกรรมในแบบฉบับ ของ OR เป็นการลงทุนด้านอินโนเวชั่นใหม่ๆ และกลุ่มสตาร์ตอัพ ผ่าน ORZON Ventures

ส่วน นายพงษ์ชัย อมตานนท์ ประธานกรรมการบริหาร ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือเจ้าของธุรกิจ ตู้คาเฟ่อัตโนมัติเต่าบิน ระบุว่า บริษัทที่จะอยู่รอดและเติบโต ได้คือบริษัทที่มีอาร์แอนด์ดี (การวิจัยและพัฒนา) เป็นของตัวเอง ดังนั้น การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ หรือสตาร์ตอัพ มีส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไปได้ แต่ภาครัฐ ต้องปรับไมด์เซ็ต และกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว โดยเฉพาะกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคด้วย

คนสุดท้าย นายวินิจ เลิศรัตนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ล่าสุดกับ THE MATCH เกมแห่งศักดิ์ศรี “หงส์แดง-ปีศาจแดง” ระบุว่า มูลค่าของ โปรเจ็กต์ THE MATCH ไม่ได้เป็นเกมฟุตบอลแค่เกมเดียว แต่เป็นเกมที่สร้างปรากฏการณ์หลายเรื่อง อย่างเช่น บ้านเรา กำลังจะรีสตาร์ต ประเทศกำลังจะเดินไปข้างหน้า เรากำลัง จะสร้างความมั่นใจ กำลังจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่จะทำให้ นักท่องเที่ยวกลับมา GDP ของประเทศที่เคย 30% ปัจจุบัน เหลือแค่ 3-4% เราคิดเผื่อไปถึงสิ่งเหล่านี้ที่จะได้รับอานิสงส์ ตามไปด้วย

“เชื่อว่า THE MATCH จะเป็น soft power ให้กับประเทศ ไทยได้ เพราะนอกจากจะเป็นการโคจรมาพบกันของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูลแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่เมืองไทยมีการ ถ่ายทอดสดเกมนี้ไปสู่ต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งขณะนี้มีการซื้อลิขสิทธิ์แล้วเกือบ 100 ประเทศทั่วโลก”

นับเป็นอีกเวทีที่ชี้ให้เห็นถึงอนาคตเศรษฐกิจไทย!

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน