อ่านสู้-รู้เท่าทันเผด็จการ

บุ๊กสโตร์

ส่งท้ายพฤษภาคม เดือนแห่งการต่อสู้ของภาคประชาชน ที่ลุกขึ้นต้านอำนาจอันมีที่มาไม่ชอบธรรม “สำนักพิมพ์ มติชน” www.matichonbook.com ร่วมรำลึกช่วงเวลาประวัติศาสตร์นั้น เสนอหนังสือเล่มเด่นมาชวนอ่านเอาเรื่อง

“การเมืองภาคประชาชน” ผลงานของ อุเชนทร์ เชียงแสน นำเสนอรากเหง้าของปัญหาบ้านเมืองผ่านสายตาของประชาชน บันทึกประวัติศาสตร์ความคิด และปฏิบัติการของนักต่อสู้ทางการเมือง จากยุคประชาธิปไตยครึ่งใบจนถึงปรากฏการณ์สนธิ

นับแต่การรณรงค์ให้โหวตรับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่ง การรวมตัวของขบวนการ “สมัชชาคนจน” เพื่อ เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่คนยากไร้ รวมถึงการถือกำเนิด ของ “คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย” ที่เริ่มมีบทบาทเทียบเคียงเวทีการเมืองมากขึ้นตามลำดับ โดยกลุ่มองค์กรที่ยกตัวอย่างดังกล่าว ไม่ว่าจะมีฐานมวลชนเป็นของตัวเองหรือไม่ ล้วนกำเนิดจากรากเหง้าทางความคิดเกี่ยวกับ “การเมืองภาคประชาชน” แทบทั้งสิ้น

การเมืองภาคประชาชน อันหมายถึงกระบวนการของประชาชนที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล และคัดค้านแนวนโยบายของรัฐที่มีผลกระทบกับคนส่วนใหญ่

กระทั่งมาถึงจุดหักเหสำคัญของขบวนการภาคประชาชนในช่วงเวลาต่อมา คือ การถือกำเนิดของ “พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ซึ่งมีเป้าประสงค์เพื่อขับไล่ “ระบอบทักษิณ”

เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงตรงจุดนี้ย่อมสังเกตได้ชัดเจนว่า การต่อสู้เรียกร้องในฐานะ “การเมืองภาคประชาชน” เริ่มจะ แตกต่างจากในอดีตอย่างไร ใช้รูปแบบการต่อสู้อย่างสันติ อหิงสาเหมือนในอดีตหรือไม่ เชิดชูการกระจายอำนาจตามปณิธานประชาธิปไตยหรือเปล่า ใครคือผู้กำหนดกลเกมการเรียกร้อง จนถึงคำถามสำคัญ จริงหรือไม่ที่การต่อสู้กับระบอบทักษิณคือการเมืองภาคประชาชนตามเจตนารมณ์เดิม

หนังสือเล่มนี้กระตุก ให้หันมองปมประเด็นสำคัญในสถานการณ์ที่ทุกฝ่าย อ้างความชอบธรรมในการต่อสู้เพื่อประชาชน ทั้งที่ ในความเป็นจริงเสียงของประชาชนก็ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างบริบูรณ์

แรงงานวิจารณ์เจ้า : ประวัติศาสตร์ราษฎร ผู้หาญกล้าท้าทายสมบูรณาญาสิทธิ์ไทย” ผลงานของ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ทำให้เรื่องราวของสามัญชนผู้ยิ่งใหญ่กลับมามีตัวตนในหน้าประวัติศาสตร์

ในยุคสมัยที่หาผู้หาญกล้าวิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นปกครองได้ยากเฉกเช่นสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ “ถวัติ ฤทธิเดช” ผู้นำกรรมกรรถรางที่หลายคนให้สมญานามว่า วีรบุรุษคนแรกของขบวนการกรรมกรไทย คือหนึ่งในคนที่ยืนหยัดต่อสู้ในเชิงหลักการและเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา ด้วยการยื่นฎีกาเรียกร้องสิทธิต่างๆ ที่ชนชั้นกรรมกรพึงได้รับ และตั้งคำถามที่มาก่อนกาลถึงความฉ้อฉลของผู้ถืออำนาจรัฐในขณะนั้น

หลังการปฏิวัติสยาม 2475 แม้กลุ่มผู้ถืออำนาจรัฐจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม ถวัติยังคงเดินหน้าเรียกร้องความ เป็นธรรมและความเท่าเทียม ไม่ให้รัฐบาลหรือนายทุนมากระทำการกดขี่และขูดรีดชนชั้นกรรมกร ด้วยอุดมการณ์ที่หนักแน่นนี้ จึงนำไปสู่กรณี “คดีพระปกเกล้า”

ทั้งนี้ในเล่มยังมีบทความพิเศษของ ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ที่ชวนให้ผู้อ่านได้เข้าใจประวัติศาสตร์ความคิดเรื่องแรงงาน พร้อมฉายให้เห็นอำนาจและพลังของชนชั้นกรรมกร เหมือนกับที่ “ถวัติ ฤทธิเดช” ได้แสดงออกมาให้ประจักษ์ชัดแล้ว

“เผด็จการวิทยา” หนังสือที่ พิชญ์ พงษ์สวัสด์ นักคิด นักเขียน นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนขึ้นเพื่อศึกษาว่าเหตุใดระบอบเผด็จการจึงเติบโตและเกาะกินระบอบการเมืองทุกรูปแบบได้อย่างชาญฉลาด สามารถปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะถึงจะถูกท้าทายจากผู้คนที่เชิดชูสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย แต่สุดท้ายแล้วระบอบเผด็จการภายใต้รูปลักษณ์ต่างๆ ก็ยังคงอยู่อย่างไม่อาจคาดคำนวณได้ว่าจะจบสิ้งลงเมื่อใด

ทั้งหมดนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่า ความเจริญก้าวหน้าของสังคมไม่ได้หมายมุ่งไปสู่ระบอบประชาธิปไตยเพียงเท่านั้น แต่จงระวังการปรากฏตัวของเผด็จการในยุคสมัยใหม่ เพราะถึงอย่างไร ไม่ว่าระบอบเผด็จการจะอยู่ในรูปลักษณ์ไหน ย่อมถือเป็นความคิดและการกระทำที่สังคมโลกไม่อาจยอมรับได้

“ถึงเวลาแล้วที่นักประชาธิปไตยไทยต้องสนใจเรื่อง อำนาจนิยม ใน ทำนองเดียวกัน สำหรับบางท่านที่นิยมชมชอบระบอบอำนาจนิยมและเป็น นักเผด็จการ หรือจะเป็นกองเชียร์เผด็จการ ท่านเหล่านั้นก็ควรอ่านหนังสือเล่มนี้เพื่อความเข้าใจในสิ่งที่เป็นตัวตนของพวกท่านทั้งหลาย มิฉะนั้นฝ่ายขวาไทยจะเป็นเพียงพวก หลับหูหลับตา เชียร์เผด็จการอย่างหาสาระไม่ได้”

ผู้สื่อข่าวหรรษา

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน