วันที่ 28 พ.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สงครามในยูเครนว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงให้คำมั่นว่าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออก หลังกองกำลังรัสเซียยกพลโจมตีและรุกคืบดินแดนยูเครนอย่างต่อเนื่อง
“รัสเซียใช้ปืนใหญ่สำรองสูงสุดในภูมิภาคดอนบัส มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและเครื่องบิน มียุทโธปกรณ์ ทุกอย่าง เรากำลังปกป้องดินแดนของเราในแบบ ที่ทรัพยากรด้านการป้องกันที่เรามีในปัจจุบัน เรากำลัง ทำทุกอย่างเพื่อเสริมกำลัง” นายเซเลนสกีกล่าว

ยึดอีกเมือง – ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นรถถังและความเสียหายในเมืองลีมาน แคว้นลูฮันสก์ หลังรัสเซียระบุว่าบุกยึดเมืองดังกล่าวได้แล้ว ขณะเดียวกันกองทัพยูเครนมีแผน ล่าถอยเพื่อป้องกันการถูกตีวงล้อมเหมือนเหตุการณ์ในมารีอูโปล (แม็กซาร์เทคโนโลยีส์)
นายเซอร์เก ไกเดย์ ผู้ว่าการท้องถิ่น กล่าวว่า กองกำลังรัสเซียจะไม่สามารถยึดครองทั้งภูมิภาคได้ในเวลา 2-3 วัน แต่กองทัพยูเครนอาจต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่บางส่วนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตีวงล้อม “พวกเขาจะไม่ยึด ลูฮันสก์ เพราะที่นั่นเรายังมีกำลังพลและการป้องกัน ที่เพียงพอ” นายไกเดย์ยังระบุในทิศทางเดียวกับประธานาธิบดีเซเลนสกีกองทัพยูเครนจะหลีกเลี่ยงการถูกล้อมวง และอาจมีคำสั่งให้กองทัพยูเครนล่าถอยเพื่อตั้งรับ ขณะที่ กองกำลังรัสเซียอ้างว่าสามารถบุกยึดเมืองลีมานในแคว้นลูฮันสก์ได้แล้ว
รายงานระบุอีกว่าประธานาธิบดีเซเลนสกีจะเดินหน้าสร้างแรงกดดันต่อนานาชาติด้วยการหารือกับบรรดาผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในการประชุมฉุกเฉินในวันจันทร์ที่ 30 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ขณะที่ชาติยุโรปพยายามตกลงมาตรการยับยั้งการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย
ด้านนายอันทอน ซีลูอานอฟ รมว.การคลังรัสเซีย ระบุคาดว่าประเทศจะมีรายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 1 ล้านล้านรูเบิล หรือกว่า 5.1 แสนล้านบาทในปีนี้ โดยเป็นผลจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครน