เป็นอีกคดีที่อยู่ในความสนใจของนักสิทธิมนุษยชนทั่วโลก สำหรับคดีของน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หญิงสาววัยเพียง 20 ปี ที่ถูกดำเนินคดีในความผิดมาตรา 112
เนื่องจากก่อนที่คดีจะมีการสั่งฟ้อง มีการต่อสู้ตามหลักกฎหมายตามแนวทางของอารยประเทศ ที่ยึดหลักเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อนการพิพากษา
‘ตะวัน’ กลับถูกจับกุม และยื่นถอนประกันส่งขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง แม้จะมีความพยายามต่อสู้คดี ยื่นขอประกันตัวหลายต่อหลายครั้ง แต่ศาลก็มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมให้เหตุผลว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง
ขณะที่ ‘ตะวัน’ เองแสดงออกด้วยการยึดมั่นในหลักความยุติธรรม ด้วยการอดอาหารประท้วงในเรือนจำเป็นเวลากว่า 37 วัน
กลายเป็นแสงตะวัน ที่ส่องให้เห็นข้อเท็จจริงของสังคมมากยิ่งขึ้น
หลังจากพิจารณาหลายต่อหลายครั้งศาลอาญาก็มีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว กำหนดเวลา 1 เดือน โดยให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นหลักประกัน เป็นผู้กำกับดูแล
พร้อมทั้งห้ามออกนอกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นไปเรียนหนังสือ หรือไปรักษาพยาบาล ซึ่งต้องขออนุญาตศาลภายใน 3 วัน
ติดกำไลอีเอ็มติดตามตัว ห้ามกระทำการเคลื่อนไหวให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบัน
ห้ามก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
เป็นเงื่อนไขที่เข้มงวดอย่างยิ่ง!!!
เหตุการณ์ในบ้านเมืองเราต่างๆ เหล่านี้ ทำให้หลายๆ คนต้องนึกถึงสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ใช่ยุคประชา ธิปไตย
หากเปรียบเทียบก็คงเป็นแค่น้องๆ ของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ใช้อำนาจคุมขัง อองซาน ซู จี ไว้ในบ้านพักนานถึง 15 ปี
หลังจากนี้เชื่อว่าคงมีงานการศึกษาทางวิชาการออกมา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจระบอบยุติธรรมในไทยต่อไป
นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวย่อมต้องชื่นชมนายพิธา ในฐานะส.ส.ผู้แทน ปวงชนชาวไทย ที่ไม่เพิกเฉย แม้ในอนาคตอาจมีแรงกระแทกต่อการดำรงชีวิตทั้งในโลกการเมืองและชีวิตส่วนตัว
ถือเป็นตัวอย่างและข้อเรียกร้องให้ส.ส.ที่อ้างว่ารักนักรักหนา พร้อมอยู่เคียงข้างประชาชน ช่วยทำได้สักครึ่งที่พูด
ประชาชนคงมีที่พึ่ง และอึดอัด น้อยลง!!
รุก กลางกระดาน