พระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ไอ้ไข่ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เดิมทีที่จุดประทัดของวัดเจดีย์เป็นกองเล็ก แต่ด้วยแรงศรัทธาของญาติโยมที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้การจุดประทัดเพิ่มมากขึ้นจนต้องย้ายมาเป็นจุดที่สองและจุดที่สามตามลำดับ แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาการจุดประทัดเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมวันละ 1 ล้านนัด จนเพิ่มถึงวันละ 10 ล้านนัด สร้างผลกระทบมลภาวะควันและฝุ่นจากประทัดฟุ้งกระจาย ต่อมาได้ปรึกษาหลายฝ่ายจึงได้ข้อสรุปสร้างอาคารจุดประทัดหลังดังกล่าวขึ้นมา ตัวอาคารใช้งบในการก่อสร้าง 2,800,000 บาท แต่ยังไม่แล้วเสร็จ 100% ยังมีการทำเมรุไฟฟ้าเพิ่มอุปกรณ์ระบบดูดระบบน้ำเผาใช้งบในการก่อสร้าง 3,000,000 กว่าบาท และต้องจัดระบบกำจัดเศษประทัด การบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยทิ้งลงในแม่น้ำ
“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ วัดไม่สามารถดำเนินการเพียงลำพัง จึงมีการหารือกับผู้ประกอบการขายลูกประทัดซึ่งตั้งอยู่รอบวัด เพื่อที่จะช่วยเหลือและมีมาตรการดูแลร่วมกัน ตอนนี้วัดก่อสร้างอาคารจุดประทัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่มีค่าดำเนินการที่วัดต้องรับผิดชอบในแต่ละเดือนเป็นจำนวนมาก จึงหารือกับผู้ประกอบการค้าลูกประทัดช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้กับวัดตามความเป็นจริงของค่าใช้จ่าย” เจ้าอาวาสวัดเจดีย์กล่าว
ด้านนายอธิวัฒน์ ณ นคร ประธานชมรมผู้ค้าประทัดและธุรกิจท่องเที่ยววัดเจดีย์กล่าวว่า ได้เรียกประชุมผู้ประกอบการค้าลูกประทัดรอบวัดเจดีย์ไอ้ไข่ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 230 ร้านค้า โดยจัดตั้งเป็นชมรมผู้ค้าประทัดและธุรกิจท่องเที่ยววัดเจดีย์ เพื่อชี้แจงถึงมาตรการดังกล่าว เป็นการช่วยเหลือวัดและผู้ประกอบการก็สามารถที่จะทำมาหากินในการขายลูกประทัดได้ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างก็เข้าใจและมีความพร้อมในการร่วมมือในมาตรการดังกล่าว