ฟื้นความเชื่อมั่นปชช.-ดึงดูดนักท่องเที่ยว-กระตุ้นใช้จ่าย

กกร.แนะรัฐเร่งประกาศโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นให้เร็วที่สุด สร้างความมั่นใจประชาชน ท่องเที่ยวรับอานิสงส์ฟื้นตัว ต่อเนื่อง หนุนเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปีนี้โตตามเป้า 2.5-4% จับตาสงคราม-น้ำมัน-เงินเฟ้อ

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วม ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นให้เร็วที่สุด จากเดิม ที่รัฐบาลจะประกาศวันที่ 1 ก.ค. 2565 เนื่องจากเป็นผลทางจิตวิทยาหากประกาศเร็วที่สุด จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนกล้าออกจากบ้าน มาจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางและระดับสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อมาก

ขณะที่ การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้นจะเป็นแรงส่งเศรษฐกิจไทย ในช่วงที่เหลือของปี เห็นได้จากหลังการเปิดประเทศเมื่อ 1 พ.ค. ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นชัดเจน ซึ่งคาดว่า เป้าหมายนักท่องเที่ยวปีนี้ที่ตั้งไว้ 6-8 ล้านคน น่าจะเป็นไปได้ อีกทั้งคนไทยที่เดินทางเที่ยวในประเทศก็มีสัญญาณที่ดี

“ขณะนี้ถือว่าการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้แล้ว 80% จากปี 2562 ซึ่งดีกว่าระดับคาดการณ์ไว้ที่ 70% และในระยะข้างหน้ายังได้อานิสงส์จากการขยายสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกันเพิ่มเติม สะท้อนสัญญาณการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง และอยากให้รัฐบาลดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่มีศักยภาพสูง เช่น ซาอุดีอาระเบีย เดินทางเข้ามาเที่ยวในไทย เพราะคาดว่าจะมีการใช้จ่ายประมาณ 1 แสนบาทต่อทริปต่อคน จากนักท่องเที่ยวปกติมีค่าใช้จ่าย 50,000 บาทต่อทริปต่อคน ช่วยกระตุ้น รายได้ท่องเที่ยว”

ที่ประชุม กกร. จึงคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2565 จะขยายตัวอยู่ในกรอบ 2.5-4% การส่งออกคงอยู่ในกรอบ 3-5% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคงอยู่ในกรอบ 3.5-5.5% โดยยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงและอาจส่งผลกระทบต่อการ ส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทั้งยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ต้นทุนและเงินเฟ้อสูงจากราคาพลังงานที่ยังมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง ฉุดรั้งกำลังซื้อและ การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ

สำหรับความกังวลเกี่ยวกับอาหารขาดแคลนนั้น กกร.มองว่าโอกาสที่ไทยจะเกิดปัญหาขาดแคลนอาหารมีน้อย เนื่องจากความต้องการบริโภคอาหารยังน้อยกว่าผลผลิตที่ผลิตได้ในประเทศ ในทางกลับกันการที่หลายประเทศตัดสินใจระงับการส่งออก ถือเป็นโอกาสของการส่งออกสินค้าของไทยจะได้รับประโยชน์ในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเพิ่มเติม แต่ไทยต้องมีการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าเกษตรและอาหารที่ดี รวมทั้งบริหารจัดการไม่ให้เกิดการขาดแคลนปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมี และอาหารสัตว์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน