เลี้ยงลูกให้เป็นคน!

ฝึกจิต

เมื่อไม่กี่วันก่อนผู้เขียนได้อ่านงานวิจัยของ Julie Lythcott-Haims นักเขียนและอดีตผู้นำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ซึ่งวิจัยจนได้ข้อสรุปว่า “การเลี้ยงลูกให้เขาประสบความสำเร็จ คือ ต้องให้เขาทำงานบ้านตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ควรปล่อยให้ขี้เกียจตั้งแต่เด็ก แต่ต้องไม่ใช่การบังคับหรือบงการจนเกินพอดี”

เพราะเด็กกำลังอยู่ในวัยเรียนรู้ที่เปิดกว้างรับทุกสิ่งอย่างเร็วรวด ดังนั้นการฝึกให้ทำอะไรด้วยตัวเองจึงเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาวิชาชีวิต ในขณะที่ปัจจุบันพ่อแม่มีเวลาอยู่กับลูกน้อยลงด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ จึงมักเลี้ยงดูแบบเอาอกเอาใจอย่างเต็มที่ ประคบประหงมดูแลอย่างดี ด้วยกลัวลูกไม่รัก ซึ่งสามารถเรียกได้ว่า “ตามใจจนเหลิง!” แต่การปล่อยให้เด็กสบายทุกอย่าง ตามใจสารพัด ใช้เงินจ้างคนรับใช้ดูแลแม้กระทั่งอาบน้ำหรือล้างก้นจนเติบโต ก็อาจไม่แน่ว่าจะดี

หลายครอบครัวเศรษฐีในปัจจุบัน ที่ใช้เงินซื้อความสุข เลี้ยงลูกแบบตามใจ มักประสบปัญหาพาครอบครัวล่มจมหรือทำสังคมมีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง เช่น ทายาทตระกูลเบียร์ของโคลัมเบีย ‘อังเดรส ซานโต โดมิงโก’ ขับรถชนคนแล้วหนีลอยนวลจนโดนคนประณามทั้งประเทศ, จีนา ไรน์ฮาร์ต เศรษฐินีรวยที่สุดของออสเตรเลีย มักจะออกสื่อยอมรับบ่อยๆ ว่า ‘เซ็งที่สุดในความไม่เอาถ่านของลูกๆ ตัวเอง’, ‘เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์’ ฆาตกรกินคนผู้โด่งดังของสหรัฐอเมริกาก็เกิดในตระกูลอันมั่งคั่งร่ำรวย หรือ หนุ่มสาวลูกเศรษฐีใหญ่ในนครเซี่ยงไฮ้ ที่ชอบจัดปาร์ตี้มั่วเซ็กซ์และยาเสพติดจนกลายเป็นปัญหาระดับชาติ!

ไม่ใช่แต่ครอบครัวมั่งคั่งร่ำรวย แม้แต่ชนชั้นกลาง หรือกระทั่งคนหาเช้ากินค่ำในปัจจุบัน ก็มีมากมายที่โอ๋ลูกจนเละ ดังที่ได้เห็นตามข่าวพาดหัวมากมายว่า พอลูกหัวแก้วหัวแหวนไปก่อคดีอุกฉกรรจ์ ก็รีบออกมาตะโกนว่าสื่อว่า “ลูกฉันเป็นคนดี!” จนคนพากันกันด่าทั้งบ้านทั้งเมือง

นักจิตวิทยาหลายคนได้ให้ความเห็นกรณีลูกที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจเกินพอดี ซึ่งสร้างปัญหาแก่สังคมเอาไว้ว่า “ลูกที่ถูกเลี้ยงด้วยเงิน มักจะมีปัญหาขาดความอบอุ่นตั้งแต่เด็ก ซึ่งนั่นคือรากฐานของปัญหาที่เขาเหล่านี้ต้องการบางสิ่งมาเติมเต็ม”

ดังนั้นการโอ๋ลูกจนเหลิง เอาใจทุกอย่างจนลูกโตมาสบายเหมือนลูกเทวดา จึงอาจไม่ใช่คำตอบของชีวิต เพราะโทษที่ควรรู้เท่าทันของสุขความสบายจนเกินพอดี คือ

1. ทำลายความมุ่งมั่นให้พังพินาศ คือ พอคิดจะทำอะไร เมื่อไปเจอความยากลำบากสักหน่อย ก็ท้อถอย สูญสิ้นความกล้าที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่อไป เพราะคิดว่าถึงจะไม่ทำ ความสุขสบายก็ยังคงรออยู่ จึงกลายเป็นว่าความสุขสบายจะกลืนกินปณิธานไปจนหมดสิ้นไม่มีเหลือ

2. กายใจไม่พัฒนา เพราะความสบายจะทำให้หยุดการขวนขวาย ไม่สานต่อการเรียนรู้ ไม่เพิ่มพูนการพัฒนาให้เก่งและดีขึ้น ในขณะที่โลกกำลังหมุนไป ถ้าหยุดนิ่งอยู่กับที่ก็เท่ากับถอยหลังลงคลอง

3. เปิดประตูรับความขี้เกียจ เมื่อสุขสบายก็มักจะถูกความขี้เกียจควบคุมจิตใจได้ง่าย เมื่อความขี้เกียจเข้าครอบครองใจ ความเสื่อมถอยแห่งสมบัติพัสถานก็จะเกิดขึ้น ทรัพย์สินเงินทองที่มีก็ย่อมสูญสิ้นไป จนเข้าตำรา ธุรกิจครอบครัวอยู่ไม่เกิน 3 ชั่วคน

4. ความสุขสบายทำให้ยึดติดง่าย พอเกิดอาการยึดติด ความเห็นแก่ตัวก็เกาะกินพื้นที่ในจิตใจ หวงแหนทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่แบ่งปัน คิดเข้าข้างตัวเองเอาแต่ได้ฝ่ายเดียวอย่างปราศจากเหตุผลและวุฒิภาวะ เพราะกลัวจะต้องสูญเสียความสุขสบายที่มีไป

5. มองไม่เห็นว่าแท้จริงโลกนี้มีปัญหา มองไม่เห็นความทุกข์ มองไม่เห็นว่าปลายสุดของความสุขสบายคือความพลัดพรากและสูญเสีย จึงทำให้ไม่เห็นคุณค่าของการปฏิบัติธรรม หรือการทำความดี และเมื่อไม่ปฏิบัติธรรม โอกาสที่จะพ้นทุกข์จึงไม่มี ซึ่งนับว่าเสียโอกาสอย่างยิ่งในการได้เกิดเป็นมนุษย์และได้พบกับพระพุทธศาสนา

เพราะพิษของความสะดวกสบายเหล่านี้ มหาเศรษฐีระดับโลกหลายคน เช่น บิล เกตส์ เศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก, วอร์เรน บัฟเฟตต์ เศรษฐีอันดับรองลงมา หรือ เฉินหลง ดาราดังฮอลลีวู้ด จึงเลือกที่จะยกเงินเกือบทั้งหมดของชีวิตให้กับองค์กรการกุศลแทนที่จะมอบให้กับลูกๆ ของตัวเอง

และถ้าความสุขสบายแบบเนื้อหนังทางโลกเป็นของดีจริง เจ้าชายสิทธัตถะที่เติบโตมาอย่างสุขสบายในรั้วในวัง คงไม่ละทิ้งอำนาจกษัตริย์ ไม่ทิ้งพระราชวัง 3 ฤดู ทิ้งนางสนมกำนัลกว่าสี่หมื่น และทิ้งพระมเหสีที่งดงามระดับนางงาม ผลัดเปลี่ยนเป็นผ้าห่อศพคลุมตัว กินอาหารตามมีตามได้ บากบั่นแสวงหาความหลุดพ้นอย่างทรมานกว่า 6 ปี จนสามารถบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ณ โคนต้นพระศรีมหาโพธิ ก้าวขึ้นสู่ความเป็นบรมครูผู้เป็นมหาศาสดาเอกของโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ในที่สุด

การเลี้ยงลูกให้เขาตระหนักว่า “อุปสรรคและความลำบากคือยาดีที่ทำให้แข็งแกร่ง ส่วนความสบายคือภัยร้ายที่อาจฉกกัดคนด้อยปัญญาอยู่เสมอ” จึงน่าจะเหมาะสมกับชีวิตในปัจจุบันที่สุด ซึ่งจะทำให้เขาเติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง และไม่ประมาทเพลิดเพลินจนเกินไป เพราะความสุขสบายที่ไม่ประกอบด้วยธรรมย่อมจะกลับกลายเป็นความร้ายมาทำลายตัวในที่สุด

พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน