เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เอเอฟพีรายงานว่า เกิดกระแสความโกรธแค้นจากชาวเมียนมา (พม่า) หลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพพม่าถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุโจมตีและเผาบ้านเรือนของประชาชนนานต่อเนื่อง 3 วัน ที่รัฐสะกาย ทางภาคเหนือของประเทศ ท่ามกลางความกระเสือกกระสนของเผด็จการทหารพม่าที่พยายามกวาดล้างผู้ต่อต้านการยึดอำนาจเมื่อ 1 ก.พ. 2564

รายงานระบุว่า รัฐสะกายทางเหนือของพม่านั้นเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังพิทักษ์ประชาชนหรือพีดีเอฟ กองกำลังติดอาวุธที่ถูกสถาปนาขึ้นเพื่อต่อต้านการรัฐประหารภายใต้รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติหรือเอ็นยูจีที่ประกอบด้วยนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยซึ่งเผด็จการทหารพม่ามองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่ากองกำลังติดอาวุธพีดีเอฟนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับทหารของเผด็จการทหารพม่าเนื่องจากมียุทธวิธีที่เหนือชั้นและความสามารถในการรบที่เฉียบขาดมีประสิทธิภาพสูง สะท้อนจากการที่กองทัพพม่าถึงขั้นที่ต้องขอกำลังสนับสนุนทางอากาศ

ชาวบ้านท้องถิ่นระบุว่า ทหารของกองทัพพม่าก่อเหตุเผาทำลายที่อยู่อาศัยหลายร้อยหลังคาเรือนที่หมู่บ้านขิ่น ขิ่นเหนือ และกีตอง ในปฏิบัติการโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานาน 3 วัน โดยทหารยิงปืนขึ้นฟ้าทำให้ชาวบ้านตกใจกลัวและพากันหนีตายกันออกจากหมู่บ้าน ต่อมาจึงสังเกตเห็นควันไฟและเมื่อกลับไปก็พบว่าบ้านกว่า 200 หลัง ถูกเผาทำลายเหลือเพียงตอ

ด้านภาพถ่ายจากโดรนของเอเอฟพีพบแนวของควันไฟระยะทาง 8 กิโลเมตรตลอดชุมชนริมแม่น้ำชี่น-ดวี่น แม่น้ำสายหลักทางเหนือของพม่า คาดว่าเป็นหมู่บ้านกีตอง โดยนายอ้าย ติ่น หนึ่งในชาวบ้าน ระบุว่า บ้านของตนถูกเผาทำลายรวมถึงเรือที่ใช้ขนอาหารทำให้ชีวิตของตนนั้นไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน