สุดงดงาม! พบ ‘ปะการัง-สัตว์ทะเล’ เพิ่มขึ้น พื้นที่ปะการังเทียม ‘เกาะพะงัน’
การพัฒนาแหล่งปะการังเทียมใต้ทะเลของประเทศไทยเริ่มดำเนินมามากกว่า 20 ปี สามารถสร้างระบบนิเวศปะการังแห่งใหม่ในหลายพื้นที่ ด้วยรูปแบบที่แตกต่างของวัสดุที่ใช้ในการจัดทำปะการังเทียม ล่าสุดมีการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมเพื่อการจัดวางเป็นปะการังเทียม ที่นับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่

โดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้ส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม ในโครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม 7 ขาแท่น ซึ่งหมดอายุสัมปทานมาจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ให้กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2563

เวลาผ่านมากว่า 1 ปี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติมและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการดังกล่าว
นายวราวุธเปิดเผยหลังสำรวจทรัพยากรใต้ทะเลว่า ตนรู้สึกพอใจมากกับสภาพระบบนิเวศใหม่ที่มีแนวโน้มที่จะเป็นแหล่งระบบนิเวศปะการังที่สมบูรณ์และสวยงาม สามารถเป็นแหล่งอนุรักษ์และแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ที่ผ่านมาผมให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมถึงหาแนวทางในการยกระดับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรปะการังของประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืน ผมได้ย้ำกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงรวมถึงผลกระทบในทุกมิติอย่างรอบคอบ พร้อมถอดบทเรียนจากผลการปฏิบัติงานครั้งนี้ และขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่อื่นด้วย”

นอกจากนี้ อยากให้มีการศึกษาเทคนิค เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยในการพัฒนางานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผสานองค์ความรู้ทางวิชาการ และความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนและเร่งรัดการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นที่ประจักษ์และต้องไม่เกิดผล กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเด็ดขาด

ด้าน นายโสภณ ทองดี อธิบดีทช. กล่าวว่า ทช.ได้เดินหน้าใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการจัดวางเป็นแหล่งปะการังเทียม หลายสิบปีที่ผ่านมาได้จัดวางปะการังเทียมไปแล้วกว่า 150,000 แท่ง สร้างแหล่งปะการังแห่งใหม่ใต้ท้องทะเลกว่า 36,000 ไร่

สำหรับพื้นที่บริเวณพื้นที่ปะการังเทียมขาแท่นปิโตรเลียม เกาะพะงัน ได้เริ่มในสมัยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. ขณะที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทะเล และได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ภายหลังการวางขาแท่นเป็นแหล่งปะการังเทียม ทช.ได้ประกาศมาตรการคุ้มครองทรัพยากรในบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.2564 และจะสิ้นสุดการบังคับใช้วันที่ 8 มี.ค.2566 ซึ่งเป็นการห้ามการทำประมงด้วยเครื่องมือประมงทุกชนิด ห้ามท่องเที่ยวดำน้ำ หรือการกระทำที่อาจมีผลกระทบต่อปะการัง และสิ่งมีชีวิตในบริเวณดังกล่าว

“เพื่อช่วยเร่งการเกาะตัวของปะการังอ่อนและสัตว์น้ำเข้ามาอาศัยเสมือนแหล่งอนุบาลสัตว์ใต้ทะเล ซึ่งผมคิดว่าการลดกิจกรรมของมนุษย์ในช่วงแรกทำให้ประสิทธิภาพของการเกิดแหล่งปะการังใหม่เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายโสภณกล่าว

นายอรรจน์ ตุลารักษ์ ผู้จัดการฝ่ายโครงการร่วมทุน บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า บริษัท เชฟรอนฯ และบริษัทผู้ร่วมทุน ประกอบด้วย บริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซโปลเรชั่น จำกัด และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ยินดีกับความสำเร็จของโครงการ ที่ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ พบการเข้าอยู่อาศัยของประชากรปลาที่หนาแน่นขึ้น และมีความหลากหลายของชนิดปลาเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังพบการฟื้นตัวของสิ่งมีชีวิตเกาะติดที่ดีบริเวณของขาแท่นฯ ตลอดจนผลการสำรวจด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณกองปะการังเทียมอยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงเชื่อมั่นว่า กองปะการังเทียมแห่งนี้จะช่วยสร้างประโยชน์ด้านฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญให้กับชาวประมงในพื้นที่ ช่วยส่งเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในอนาคตต่อไป
ส่วนการติดตามและสำรวจเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ

ดร.ศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ในช่วงเวลา 1 ปีหลังการจัดวางปะการังเทียม ได้ติดตามและสำรวจอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมถึงผลกระทบอื่นๆ ต่อระบบนิเวศใต้ทะเล สรุปเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก

ขณะที่การสำรวจสภาพเศรษฐกิจและสังคมรวม 3 ครั้ง ซึ่งจะสรุปภาพรวมของผลการดำเนินงานใน 5 มิติใหญ่ๆ คือ ด้านสภาพแวดล้อมทางทะเล ด้านการสำรวจปลาในพื้นที่โครงการ ด้านการฟื้นตัวของสิ่งมีชีวิตเกาะติด ด้านการเคลื่อนตัวของโครงสร้างปะการังเทียม และด้านการเข้าใช้ประโยชน์ของชุมชน โดยทางจุฬาฯ จะสำรวจตามกรอบการดำเนินงาน 2 ปี หลังจากจัดวางปะการังเทียมในช่วงเดือนก.ย.2565 และคาดว่าจะทราบผลการสำรวจในช่วงต้นปี 2566

การใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมจัดวางเป็นปะการังเทียม จึงนับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ส่งผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สร้างบ้านหลังใหญ่ให้กับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
นนทวรรณ มนตรี