วันที่ 6 มิ.ย. เอเอฟพีและบีบีซีรายงานสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังยืดเยื้อในยูเครนว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แถลงข่มขู่ว่ากองกำลังรัสเซียจะเพิ่มเป้าหมายโจมตีหากชาติตะวันตกยังเดินหน้าส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีพิสัยยิงระยะไกลให้แก่ยูเครน ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัสเซียหวนโจมตีชานกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. และถือเป็นการโจมตีทางอากาศในพื้นที่กรุงเคียฟเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์
โดยรัสเซียอ้างว่าสามารถทำลายรถถังที่ชาติยุโรปสนับสนุนให้ยูเครนนำมาใช้ในสมรภูมิ ขณะที่ทางการท้องถิ่นเมืองเซเวโรโดเนตสก์ ในแคว้นลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน เปิดเผยว่ากองทัพยูเครนสามารถยึดคืนพื้นที่กว่าครึ่งของเมืองซึ่งก่อนหน้านี้ถูกรัสเซียโจมตีและนำกำลังเข้ายึดครอง
ประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลว่า “ในความคิดของผม ความวุ่นวายจากการเสริมอาวุธมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ ดึงความขัดแย้งทางอาวุธออกไปให้นานที่สุด สิ่งที่สหรัฐจัดหาให้นั้นไม่มีอะไรใหม่เลย แต่ถ้าพวกเขาสนับสนุนอาวุธพิสัยไกล เราจะหาข้อสรุปที่เหมาะสมกับและใช้อาวุธของเราซึ่งมีเพียงพอในการโจมตีเป้าหมายที่เรายังไม่ได้โจมตี” ผู้นำรัสเซียย้ำ
ขณะที่น.ส.ฮานน่า มัลยาร์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมของยูเครน กล่าวเรียกร้องให้ชาติตะวันตกช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครนต่อไปเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลักดันกองกำลังรัสเซียให้พ้นประเทศ “เราเข้าสู่สงครามที่ยืดเยื้อแล้วและเราต้องการการสนับสนุนอย่าง ต่อเนื่อง ตะวันตกต้องเข้าใจว่าความช่วยเหลือไม่สามารถเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวได้ แต่เป็นสิ่งที่จะต้องมีต่อไปจนกว่าเราจะได้รับชัยชนะ” น.ส.มัลยาร์กล่าวกับสื่อท้องถิ่น