ถอดปรากฏการณ์ ‘สลากดิจทัล’ ฟีเวอร์
เกาะติดเกมรุก เชือดนิ่ม หวยเกินราคา
รายงานพิเศษ
เป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย สำหรับการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือหวยรัฐบาล ผ่านระบบแอพพลิเคชั่น ‘เป๋าตัง’ ในราคาแค่ใบละ 80 บาท หลังจากเกิดมหากาพย์หวยเกินราคา เป็นฝันร้ายคู่คอหวยชาวไทยมาช้านาน
รัฐบาลผ่านมาแล้วกี่ยุคสมัย ใช้มือดีมาคุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลกี่ชุดต่อกี่ชุด ก็แก้ปัญหาไม่ตก แต่หวยใบละ 80 บาท เกิดขึ้นจริงในช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
เมื่อประเมินจากเสียงตอบรับผู้ซื้ออย่างล้นหลาม การมาของ ‘สลากดิจิทัล’ ซึ่งขายผ่านแอพฯ เป๋าตัง ถือว่า ถูกที่ ถูกเวลา เริ่มวางขายอย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 2 มิ.ย.2565 ล่วงไปเพียง 5 วัน ขายหมดเกลี้ยงทั้ง 5,173,500 ใบ ในช่วงเที่ยงของวันที่ 6 มิ.ย. โดยมีจำนวนคนแห่เข้ามาซื้อร่วม 1.2 ล้านคน
ไม่มีใครคาดคิดว่าสลากดิจิทัลจะฟีเวอร์ ฮิตติดลมบน แม้แต่ กุนซือที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งมาคุมเกม หวังสร้างคะแนนนิยมรากหญ้า อย่าง นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ถูกจับสวมหมวกประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา ถึงกับออกปาก
“เป็นเรื่องเกินความคาดหมายที่สลากหมดเร็วกว่าที่คิดไว้ สลากทั้ง 5 ล้านใบ หมดไวอย่างเหลือเชื่อ”
เรื่องเสี่ยงดวง เสี่ยงโชค ดูเหมือนกองสลากจะประเมินกำลังความต้องการของผู้ซื้อต่ำไป โดยเฉพาะเก็บกดจากการจำใจต้องซื้อหวยเกินราคา และไม่เป็นธรรมมานาน
ย้อนที่มา ‘สลากดิจิทัล’ แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่ากองสลากลอกการบ้านแพลตฟอร์มเอกชน ที่รวบยอดสลากมาขายให้ชาวบ้านในราคาต่ำกว่าตลาด แต่ราคาขายของเอกชนก็ยังสูงกว่า 80 บาท
โรดแม็ป 3 ธงรบ ที่กองสลากดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนมาตลอด เริ่มกลัดกระดุมเม็ดแรก ด้วยการเอกซเรย์ไปยังผู้ค้ารายย่อย ทั้งแบบซื้อ-จอง แบบโควตา มูลนิธิ องค์กร ว่าขายจริงหรือไม่ โดยการลงพื้นที่จับกุมต่อเนื่อง แต่แนวทางเหมือนขี้ช้างจับตั๊กแตน ที่อาจไม่ได้ผลเชิงประจักษ์มากนัก
นำมาสู่การริเริ่ม “โครงการร้านสลาก 80 บาท” โดยระยะแรกจะปูพรมในพื้นที่กรุงเทพฯ 1 เขต 1 จุด และปริมณฑล คัดเลือกตัวแทนขายแบบจุดหลักแหล่ง ราคาใบละ 80 บาท กำหนดให้ต้องซื้อขายผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังเท่านั้น ภายในงวด 16 ก.ค.2565 นี้ คาดว่าจะมีร้านค้าสลาก 80 บาท ครบ 1,000 แห่งทั่วประเทศ จะทำให้มีสลากขายราคา 80 บาท จากส่วนนี้ ถึง 2.5 ล้านใบ
และระหว่างที่ไล่ตรวจสอบ จับ ยึดโควตาร้านค้าที่ขายสลากไม่เป็นไปตามสัญญา รวมทั้งเดินหน้าทำสัญญากับร้านค้า 80 บาท หลังบ้านกองสลาก ก็มีแนวความคิดจะทำ ‘มาร์เก็ตเพลส’ หรือตลาดกลางในระบบออนไลน์ ณ วันนั้นยังไม่เห็นภาพว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เป็นรูปธรรม แต่เชื่อว่าวิธีนี้จะคุมราคาสลากได้ทุกใบ
แนวคิดนี้ถูกส่งไม้ต่อให้ นายลวรณ แสงสนิท หลังขึ้นรับตำแหน่งประธานกรรมการสลากฯ จากประสบการณ์และความสำเร็จในการเดินหน้ามาตรการรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด อย่างโครงการคนละครึ่ง โครงการเราไม่ทิ้งกัน ทำให้ตัดสินใจกลัดกระดุมเม็ดที่สอง ที่จะขายสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทันทีในการประชุมคณะกรรมการสลากนัดแรก หลังเข้ารับตำแหน่ง
ว่ากันว่ากุญแจสำคัญที่ทำให้สลากดิจิทัลได้รับความนิยม จนกลายเป็นกระแสฟีเวอร์ หนีไม่พ้น “แอพฯ เป๋าตัง” ที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี การพัฒนาต่อยอดให้สามารถขายสลากผ่าน แอพเป๋าตังได้ ทำให้การซื้อขายง่ายและสะดวก

นายลวรณระบุว่า แอพพลิเคชั่นเป๋าตังที่สามารถนำมาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ ถือเป็นซูเปอร์แอพฯ เป็นแพลตฟอร์มเดียวของประเทศ ที่เปิดให้ผู้ขาย นำสลากรายย่อยมาฝากขายในแอพฯ ได้ สลากทุกใบที่ขายในแอพฯ เป๋าตังยังเป็นของรายย่อยมาฝากขาย ด้านล่างสลากทุกใบที่ซื้อจะมีการระบุชื่อรายย่อยที่ขายสลาก ไม่มีแม้แต่ใบเดียวที่เป็นของสำนักงานสลาก
“สลากดิจิทัลผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ไม่เหมือนแพลตฟอร์มไหนที่มีอยู่ในประเทศ ในอนาคตถ้าผู้ค้ารายย่อยเห็นประโยชน์ สามารถขายได้จริง ก็เอาสลากมาฝากได้ ที่สำคัญการขายทั้งหมดไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น ขายได้ราคา 80 บาทก็ได้เงินเต็ม ไม่มีการหักให้กองสลาก กองสลากเพียงสร้างแพลตฟอร์มให้เอาสลากมาฝากเท่านั้น”
ความสำเร็จของการขายสลากดิจิทัล 80 บาท ยังเหลือคำตอบที่ต้องการความชัดเจนว่า กระบวนการขายสลากงวดแรกจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ไร้ที่ติ ก็ต่อเมื่อถึงวันที่ 16 มิ.ย. ที่มีการประกาศผลรางวัลของงวดแรก เพราะยังเหลือกระบวนการรายงานผู้ถูกรางวัล การโอนเงิน และการขึ้นเงินรางวัล ที่ต้องตรวจสอบระบบให้ชัดเจน
เพราะที่ยังไม่เห็นผลจากการขายสลากดิจิทัลในงวดแรก คือ กรณีสลากเหลือ ที่ผู้ค้าขายไม่หมดจะถูกส่งกลับไปที่ผู้ค้าก่อนเวลา 14.00 น. ของวันที่ 16 มิ.ย. ระบบจะมีความเสถียร ครบถ้วน ถูกต้องหรือไม่
ก้าวต่อไปของสลากดิจิทัล โดยเฉพาะผู้ค้าในระบบซื้อ-จองเดิม ปี 2558 ที่มีอยู่ราว 1.1 แสนคน และผู้ค้ารายใหม่ในปี 2565 ที่ต้องจับมาเขย่าให้เหลือราว 7 หมื่นคน รวมทั้งผู้ที่ถือโควตาของมูลนิธิ องค์กร ผู้พิการ อีกราว 30 ล้านใบ ต้องติดตามอย่าให้คลาดสายตา
ปัจจุบันในถังสลากกินแบ่งที่ผลิตต่องวด 100 ล้านใบ หากตัดในส่วนของมูลนิธิ จะเหลืออยู่ราว 69 ล้านใบ หักส่วนที่นำไปทำสลากดิจิทัล 5 ล้านใบ จะเหลือสลากในระบบ 64 ล้านใบ ที่ไม่ได้กำหนดว่าจะจัดสรรให้ใครเท่าใด พร้อมโยกซ้ายโยกขวาได้ทุกเมื่อ
ซึ่งชัดเจนว่าในงวดวันที่ 16 ก.ค. ที่จะเริ่มวางขาย 2 ก.ค. จะต้องจับตาดูว่าที่ประชุมสลากวันที่ 23 มิ.ย.นี้ จะเคาะจำนวนสลากดิจิทัล ที่โยกจากถัง 64 ล้านใบ ออกมาอีกเท่าใด เพราะนั่นหมายความว่า เมื่อสลากดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น สลากแบบใบก็ย่อมต้องลดลงด้วย ซึ่งจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสลากดิจิทัลคงไม่สามารถหยุดขายที่ 5 ล้านใบได้
ในมุมของผู้ขายก็ต้องยอมรับสภาพว่าจะไม่สามารถขายสลากเกินใบละ 80 บาทได้ และสำคัญกว่านั้น เมื่อสัดส่วนสลากใบลดลงทำให้จองซื้อยากลำบากมากขึ้น การมาของสลากดิจิทัลทำให้คนซื้อง่าย ได้ราคา 80 บาท ก็จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อมากขึ้น คำตอบสุดท้ายจึงเหลือเพียงจะเลือกขาย 80 บาท ด้วยวิธีการแบบใด ไม่ใช่ขายได้ในราคาเท่าใด
ก่อนที่กองสลากจะกลัดกระดุมเม็ดสุดท้าย ซึ่งถือว่าเป็นยาแรงที่สุด โดยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ขายในระบบออนไลน์ ซึ่งล่าสุดได้โยนหินออกมาแล้วว่า เล็งจะฟื้น “หวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว” และจะเริ่มเดินสายประชาพิจารณ์ ตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้การขายเกินราคาทำได้ไม่ง่ายเลย เพราะกองสลากเตรียมจัดหนักทั้งผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และช่องทางการขายที่มีหลายช่องทาง
นับเป็นความท้าทายทั้งตัวผู้ขายที่ต้องรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง และต่อสำนักงานกองสลากเอง ที่ต้องเดินเกมรุก ดูแลผลกระทบจากการขยับ ปรับเปลี่ยนนโยบายให้สมดุล