ไทยพาณิชย์ปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้ขยายตัว 2.9% รับท่องเที่ยวฟื้นและอานิสงส์ภาคเกษตรจากราคาอาหารโลกที่ปรับเพิ่ม แต่หวั่นเงินเฟ้อเร่งตัวสูงสุดในรอบ 24 ปี ส่งออกชะลอตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย
นายสมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center หรือ อีไอซี (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า อีไอซีได้ปรับประมาณการการ ขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2565 ขึ้นเป็น 2.9% จากเดิมประมาณการไว้ 2.7% ตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและภาคบริการ หลังการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวของไทยและการผ่อนคลายมาตรการผ่านแดนในหลายประเทศทั่วโลก โดยประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยรวม 7.4 ล้านคนในปีนี้ จากเดิมคาดไว้ 5.7 ล้านคน รวมทั้งกิจกรรมภาคบริการในประเทศยังมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น จากการกลับออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น
นอกจากนี้ภาคเกษตรจะมีส่วนช่วยสำคัญในการผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ โดยผลผลิตภาคการเกษตรมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มขยายตัวตามทิศทางราคาอาหารโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยสงครามในยูเครนและมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากชาติตะวันตก
“การใช้จ่ายในประเทศที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญ รายได้ภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอุปสงค์คงค้างจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ แต่จะยังมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่จะเร่งตัวสูงสุดในรอบ 24 ปี ซึ่งคาดอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีที่ 5.9% ขณะที่การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัว ชะลอลงในระยะต่อไปตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งปรับประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลงมาอยู่ที่ 3.2% จากปีก่อนที่ขยายตัว 5.8%”
ส่วนของเงินเฟ้อคาดว่าอัตราเงินเฟ้อที่จะเร่งตัวสูงถึง 5.9% เฉลี่ยทั้งปีนี้ จากเดิม 4.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี ท่ามกลางการทยอยลดมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพของภาครัฐ จะกดดันกำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศ เนื่องจากเม็ดเงินสำหรับดำเนินโครงการใหม่ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเหลืออยู่เพียง 4.8 หมื่นล้านบาท เพื่อไว้ใช้จ่ายเท่านั้น ทำให้คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 0.75% ในไตรมาสที่ 3/2565 เพื่อลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพราคาและชะลอการเร่งตัวของเงินเฟ้อคาดการณ์ที่เริ่มปรับสูงขึ้น
ดังนั้นในภาพรวมอีไอซีประเมินว่าแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปจะมาจากภาคท่องเที่ยวและภาคบริการเพิ่มมากขึ้นแทนที่ภาคการผลิตเพื่อส่งออก ตามการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค แต่การฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศจะยังมีแรงต้านจากอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นเร็วและจะยืนอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงปีนี้ท่ามกลางข้อจำกัดด้านมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ