เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสงครามในประเทศยูเครนว่า ทางการรัสเซียเตรียมเปิดเส้นทางอพยพให้พลเรือนชาวยูเครนราว 500 คน ที่ตกอยู่ภายใต้วงล้อมในโรงงานเคมีเมืองเซเวโรโดเนตสก์ ท่ามกลางการต่อสู้อย่างดุเดือดจากกองทัพยูเครน หลังรัสเซียทำลายสะพานทั้งหมด 3 แห่งที่เชื่อมกับเมืองลิซิชานสก์
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า จะเปิดทางอพยพให้กับพลเรือนที่ติดอยู่ในโรงงานเคมี ดังกล่าวภายใต้หลักมนุษยธรรม โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกเคลื่อนย้ายผู้ที่ประสงค์จะ เดินทางออกจากพื้นที่ปิดล้อมไปยังเมืองสวาโตโวในแคว้นลูฮานสก์ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังฝักใฝ่รัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยทหารยูเครนในโรงงานเคมีวางอาวุธ
ส่วนท่าทีของทางการยูเครนต่อความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัสเซียนั้นยังไม่มีออกมา มีเพียงประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่ระบุผ่านคลิปในโลกออนไลน์ถึง “ความ สูญเสียอันเจ็บปวด” ในการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น แต่ยืนยันว่ายูเครนจำเป็นต้องเข้มแข็ง เพราะทั้งหมดนี้คือประเทศชาติของชาวยูเครน และดอนบัสนั้นมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากจะเป็นจุดตัดสินว่าใครที่จะกลายเป็นฝ่ายรุกหรือรับในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ขณะที่นายเย็นส์ สต็อลเตินบาร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต เรียกร้องให้บรรดาสมาชิกนาโตเร่งส่งยุทโธปกรณ์หนักไปให้กับยูเครนโดยด่วน
นายสต็อลเตินบาร์กเปิดเผยว่า นาโตอยู่ระหว่างการประชุมเพื่อวางแผนประสานงานการจัดส่งอาวุธหนักไปให้กับยูเครน หลังประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวแสดงความเสียใจต่อจุดยืนของผู้นำชาตินาโตบางชาติที่ทำให้การส่งมอบอาวุธมายังยูเครนนั้นประสบความล่าช้า