วันศุกร์ที่ 17 มิ.ย. 2565 น้อมรำลึกครบรอบ 139 ปี ชาตกาล พระวิบูลวชิรธรรม หรือ หลวงพ่อสว่าง อุตตโร วัดท่าพุทรา ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวเมืองกำแพงเพชร
มีนามเดิมว่า สว่าง เจริญศรี เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย.2426 ที่บ้านน้ำหัก ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์
เมื่อเกิดได้เพียง 5 วัน มารดาของท่านก็เสียชีวิต ย่างเข้าสู่วัยเยาว์ ท่านมีอายุพอสมควรที่จะเล่าเรียนศึกษาได้ ท่านก็เริ่มศึกษาเล่าเรียนอักขรสมัย และหนังสืออักขระขอมเบื้องต้น จากขุนเจริญสวัสดิ์ บิดาของท่าน อายุ 13 ปี บิดาเสียชีวิต
เนื่องจากบิดาเป็นผู้มีความสามารถเฉลียวฉลาด มีคนเคารพนับถือทั้งในหมู่บ้านและภูมิลำเนาใกล้เคียง
ต่อมาญาติสนิทได้นำไปฝากกับพระครูบรรพโตปมญาณ หรือหลวงพ่อเผือก วัดหัวดงเหนือ ต.หัวดง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์
ในสมัยนั้นวัดหัวดงเหนือเป็นสำนักเรียนอักขรสมัยมูลกัจจายน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ศึกษาเล่าเรียนมูลกัจจายน์และหนังสืออักขระขอมอยู่ที่วัดหัวดงเหนือเป็นเวลานาน 7 ปี มีพระอาจารย์สด (ต่อมาได้เลื่อนฐานะเป็นพระครูสวรรค์วิถี) เป็นครูสอน
ครั้นอายุ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันพุธที่ 3 ธ.ค. 2445 ที่พัทธสีมาวัดขุนญาณ ต.คลองเมือง อ.กรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พระญาณไตรโลก (สะอาด) วัดศาลาปูน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยธรศรี วัดศาลาปูน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดแพ วัดศาลาปูน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า อุตตโร
หลังอุปสมบทศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมอยู่ที่สำนักเรียน วัดศาลาปูนเป็นเวลา 2 ปี และได้กลับมาอยู่กับหลวงพ่อเผือกที่วัดหัวดงเหนือ จ.นครสวรรค์ ตามเดิม ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยจากพระครูสวรรค์วิถี (พระอาจารย์สด) ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่างิ้ว จ.นครสวรรค์ เป็นเวลา 2 พรรษา
ต่อมา พระอาจารย์ปั้น เจ้าอาวาสวัดท่างิ้วได้มรณภาพ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็น เจ้าอาวาสแทน
ในปี พ.ศ.2468 ได้รับแต่งตั้งให้เจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี กิ่งอำเภอแสนตอ จ.กำแพงเพชร พ.ศ.2468 เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนามที่ พระครูวิบูลวชิรธรรม
ในปี พ.ศ.2500 คณะสงฆ์อำเภอคลองขลุงและชาวตำบลท่าพุทราได้อาราธนาหลวงพ่อสว่างให้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดคฤหบดีสงฆ์ ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร สร้างความเจริญให้กับวัดแห่งนี้จวบจนวาระสุดท้ายของท่าน
พ.ศ.2501 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวิบูลวชิรธรรม
จากความเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันจะมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรมและประพรมน้ำพุทธมนต์ที่เข้มขลัง รวมทั้งปรารถนาวัตถุมงคลที่เข้มขลังอย่างล้นหลาม
จัดสร้างเหรียญปลอดภัย และเหรียญที่ระลึกรูปเหมือนขนาดต่างๆ นอกจากเหรียญวัตถุมงคล ยังมีผ้ายันต์ ธงทิว และยันต์ หนังเสือ เป็นต้น
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมคือ พระผงว่าน 108 ชนิด ผสมผงมหาราช เป็นรูปพระพุทธแบบสามเหลี่ยม และเม็ดน้อยหน่า หลวงพ่อสว่าง จัดสร้างในปีพ.ศ.2480-2483 เมื่อครั้งอยู่จำพรรษาที่วัดท่างิ้ว
เคยมอบให้พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี นำไปแจกทหารที่ไปรบในสงครามอินโดจีน ท่านสร้างครั้งเดียวแล้วไม่ได้สร้างอีก นับว่าเป็นพระผงที่ควรหาไว้ใช้เป็นอย่างยิ่ง
ช่วงปัจฉิมวัยอาพาธบ่อยครั้ง สุดท้ายถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ วันอังคารที่ 1 ก.พ.2520 เวลา 14.30 น.
สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74