จบ “ปัญหา” ด้วย 5 ข้อคิดดีๆ
ฝึกจิต
1. ทำความเข้าใจว่าปัญหามีสองอย่าง คือ ปัญหาภายใน กับ ปัญหาภายนอก ปัญหาภายใน เป็นเรื่องความคิดและจิตใจ ที่มีความเครียด การคิดวน ความไม่พอใจ ไม่สบายใจ ความกังวล ความยึดติดไม่ปล่อยวาง ซึ่งปัญหาภายในเกิดจากจิตใจที่อ่อนแอ ไม่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหา จนทำให้ต้องแบกทุกข์รับโทษ กอดปัญหาไว้ไม่จบสิ้น
ส่วนปัญหาภายนอก ที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อม เช่น ถูกคนใส่ร้ายป้ายสี โดนคนนินทา เศรษฐกิจตกต่ำจนทำให้ย่ำแย่ ข้าวของสูญหาย โดนเพื่อนหักหลัง คนรักนอกใจ สูญเสียคนที่รัก ฯลฯ ปัญหาภายนอกนั้น ถือเป็น “ปัญหาที่ไม่มีวันสิ้นสุด” ตราบใดยังมีลมหายใจ ตราบนั้นก็ยังมีปัญหาชนิดนี้อยู่วันยังค่ำ! ปัญหาภายนอกเป็นเรื่องที่ต้องค่อยๆ แก้ไขไปเรื่อยๆ หรือ บางครั้งก็เพียงแค่ปล่อยผ่าน ไม่ต้องรับเข้ามาเป็นปัญหาในทุกเรื่อง
ส่วนปัญหาภายใน สามารถแก้ไขด้วยการฝึกฝนพัฒนาจิตใจ หมั่นเจริญสติ ทำความรู้สึกตัวให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ และหมั่นฝึกสมาธิ เพื่อให้จิตใจมีความเข้มแข็งมั่นคงขึ้น ถ้าทำได้ “ปัญญา” ย่อมเกิดขึ้น และด้วยปัญญานี่เอง ที่จะถอดถอนความทุกข์ ความกังวล ความไม่สมหวัง ความไม่พอใจ ตลอดจนความยึดติดออกไปจากจิตใจ จนสามารถคลี่คลายปัญหา และสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถรับมือกับปัญหาภายในต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นต่อไป
2. เริ่มต้นแก้ที่ตนเอง ไม่ว่าปัญหาใดเมื่อเกิดขึ้น ให้พยายามเริ่มต้นแก้ไขที่ตัวเองก่อน เพราะแก้ที่คนอื่นมันยาก และมีโอกาสสำเร็จน้อย พอเกิดปัญหา สติต้องมา อย่าตีโพยตีพายโทษฟ้าโทษดิน โทษคนนั้นคนนี้ และที่สำคัญ ‘อย่ามัวแต่ไปร้องเรียกหาความยุติธรรมที่ไหน!’ การเอาแต่เรียกร้องหาความยุติธรรม มันไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น มีแต่จะลดความแข็งแกร่งในตัวลง!
ในหลายปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อแก้ที่ตนเองแล้ว มันสามารถขยายผลสู่การแก้ไขในวงกว้าง ทำให้จบปัญหาได้ทั้งกระบวนการ ดังนั้นเคล็ดลับสำคัญของการพิชิตปัญหา คือ พยายามค้นหาเหตุและแก้ไขให้ตรงจุด โดยเริ่มแก้จากตัวเราเอง!
3. ทุกปัญหาล้วนมีทางออก ถ้ามีไม่ทางออกนั่นไม่เรียกว่าปัญหา บางปัญหาสามารถแก้ไขได้ทันที แต่บางปัญหาก็ยังแก้ไม่ได้ในทันที ทำได้เพียงบรรเทาปัญหา หรือ ต้องอาศัยระยะเวลาให้เรื่องผ่อนจากหนักเป็นเบาเสียก่อน และบางปัญหาก็ไม่สามารถแก้จากตัวเราได้ จึงต้อง “มีสติ” แยกปัญหาให้ออก อย่าเอาปัญหาต่างๆ มาผสมปะปนกันจนวุ่น ถึงจะสามารถบริหารจัดการปัญหาได้อย่างถูกต้อง
อะไรแก้ไขได้ก่อน ก็แก้ตรงจุดนั้น จากง่ายไปยาก จากเล็กไปใหญ่ พยายามแยกปัญหาออกเป็นข้อๆ แล้วแก้ไขไปตามลำดับ สิ่งใดยังแก้ไขไม่ได้ ก็ “ปล่อยวาง” เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องมาคิดให้ตัวเองทุกข์!
4. อย่าขลาดกลัวกับปัญหา เพราะปัญหาคือบททดสอบที่ทำให้เกิดปัญญา และเป็นการเปิดทางไปสู่ความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตราบใดที่โลกยังคงหมุน ก็จะไม่มีวันที่หมดไปจากปัญหา คนขี้ขลาดหวาดกลัวปัญหาจนต้องจมจ่อมอยู่กับกองทุกข์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น คือ ผู้พ่ายแพ้ต่อโลก ในขณะที่คนฉลาดย่อมใช้ปัญหาเป็นโอกาส ฝ่าวิกฤตและพลิกชีวิตของตัวเองให้เติบโต และ ‘ใช้ปัญหาเป็นทางลัด’ ก้าวสู่ความสำเร็จ
ไม่มีชัยชนะใดที่น่าจดจำ ถ้าได้มาอย่างง่ายโดย ราบรื่น ไร้อุปสรรค ไร้ปัญหา ตรงกันข้าม ถ้าสามารถก้าวผ่านปัญหายากลำบากไปจนถึงเป้าหมายในที่สุด ย่อมทรงคุณค่า น่าจดจำ และทำให้มีพัฒนาการไปกับการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง
5. ชีวิตดีไม่จำเป็นต้องให้สมบูรณ์แบบ ธรรมดาของคน มีดี มีชั่ว มีแพ้ มีชนะ มีสมหวัง ผิดหวัง มีถูก มีผิด และมีพลาดพลั้ง ดังนั้น ถ้าชีวิตมันต้องมีปัญหาบ้าง ผิดบ้าง พลาดบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เมื่อผิดต้องรู้ตัว และพยายามแก้ไข ไม่ผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนจมปลักเกินเยียวยา
สัจธรรม หรือ ความจริงอันประเสริฐประการแรก ที่พระพุทธเจ้า ทรงค้นพบจากการตรัสรู้ คือ ชีวิตนี้เป็นทุกข์ ไม่มีมนุษย์ เทวดา หรือสัตว์ชนิดไหนที่จะพบกับความสุขล้วนเพียงอย่างเดียว ทุกชีวิตภายในวัฎฎสงสาร ล้วนต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ จะต่างกันที่ทุกข์มากหรือน้อยไปตามเหตุที่แต่ละคนสร้างมาเท่านั้น ถ้าใครละชั่วได้มาก ก็ทุกข์น้อย ถ้าใครชอบละเมิดศีล ทำความชั่วอย่างไม่ละอายอยู่เสมอ ก็ต้องทุกข์ตลอดชีพ
เมื่อคนส่วนใหญ่ไม่ทราบความจริงของชีวิตเหล่านี้ จึงพยายามดิ้นรนแสวงหาความสุขโดยการดับทุกข์ให้แก่ตนเองด้วยวิธีการผิดๆ เช่น การกอบโกยทุกอย่างใส่ตัวโดยไม่สนถูกผิด การแก่งแย่งชิงดีชนิดไม่สนใจศีลธรรมจรรยา ซึ่งรังแต่จะสร้างปัญหา พอกพูนวิบากกรรมเพิ่มขึ้นมาอีก เรียกว่าเป็น “การดับทุกข์เก่า ด้วยการสร้างทุกข์ใหม่” ให้กับชีวิต ด้วยเหตุนี้เองกงล้อความทุกข์จึงดำเนินไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดเพราะวิบากกรรมชั่ว ที่ตนกระทำไว้เรื่อยไปโดยที่ไม่มีโอกาสล่วงรู้สาเหตุที่แท้จริงแห่งความทุกข์
จึงมีแต่การฝึกฝนพัฒนาจิตใจ ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ถึงจะสามารถนำพาชีวิตให้ออกจากปัญหาได้อย่างถาวร!
พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐