คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนปฏิบัติการโครงข่ายคมนาคม 77 โครงการ กรอบวงเงินรวม 337,797 ล้านบาทของอีอีซี ส่งเสริมการจ้างงาน พัฒนาพื้นที่ลงทุนและการท่องเที่ยว
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พร้อมเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานฯ พ.ศ.2566-2570 ประกอบด้วยโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค รวมถึงมาตรการส่งเสริมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมจำนวน 77 โครงการ กรอบวงเงินรวม 337,797.07 ล้านบาท
แบ่งได้ดังนี้ ระยะเร่งด่วน (เริ่มต้นปี 2566) จำนวน 29 โครงการ วงเงินรวม 125,599.98 ล้านบาท อาทิ โครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรอง เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง (HSR) ระยะที่ 1 (ชลบุรี-บ้านบึง-EECi และระยอง-บ้านค่าย-EECi) โครงการก่อสร้าง High speed taxiway และ Taxiway เพิ่มเติม (ท่าอากาศยานอู่ตะเภา) โครงการพัฒนาระบบการจราจรขนส่งอัจฉริยะ (ITS) โครงการจัดหาพลังงานสะอาด
ระยะกลาง (เริ่มต้นปี 2567-2570) จำนวน 48 โครงการ วงเงินรวม 212,197.09 ล้านบาท อาทิ โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงศรีราชา-ระยอง โครงการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานของระบบ M-Flow บนมอเตอร์เวย์สาย 7 โครงการพัฒนาการให้บริการท่าเรือเชิงพาณิชย์ (ท่าเรือสัตหีบ) โครงการ Dry Port ฉะเชิงเทรา
สำหรับแหล่งเงินลงทุน 337,797.07 ล้านบาท แบ่งเป็น การลงทุนโดยภาครัฐ (งบฯ ประจำปี/เงินกู้/เงินรัฐวิสาหกิจ/เงินกองทุน) จำนวน 61 โครงการ วงเงินรวม 178,578.07 ล้านบาท (53%) และการลงทุนโดยเอกชน/PPP จำนวน 16 โครงการ วงเงินรวม 159,219 ล้านบาท
ในส่วนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ด้านเศรษฐกิจ เช่น เกิดการจ้างงานระหว่างก่อสร้างปี 2566-2570 เฉลี่ยประมาณ 20,000 ตำแหน่ง/ปี และปี 2571-2580 ประมาณ 12,000 ตำแหน่ง/ปี และยกระดับ National Gateway สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่การลงทุน และการ ท่องเที่ยวของพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC (อีอีซี)
ด้านสังคม เช่น มีระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยขึ้น ด้านโลจิสติกส์ เช่น มีเส้นทางรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงเพิ่มขึ้น ท่าเรือแหลมฉบังสามารถรองรับตู้สินค้าได้เพิ่มขึ้นเป็น 18 ล้านตู้/ปี เป็นต้น